
ฟื้น"โกเด้น แลนด์" ต่อยอดธุรกิจอสังหาฯ เจ้าสัวเจริญ
การเข้าถือหุ้น 51% ในบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ หรือโกลเด้น แลนด์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์เก่าแก่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2521 หรือกว่า 30 ปี ของ บริษัท ยูนิเวนเจอร์ เมื่อปลายปีที่แล้ว เป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา เพราะยูนิเวนเจอร์เวลานี้มี ฐาปนและปณต 2 ทายาทของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
การเข้าถือหุ้น 51% ในบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ หรือโกลเด้น แลนด์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์เก่าแก่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2521 หรือกว่า 30 ปี ของ บริษัท ยูนิเวนเจอร์ เมื่อปลายปีที่แล้ว เป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา เพราะยูนิเวนเจอร์เวลานี้มี ฐาปนและปณต 2 ทายาทของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
ทีซีซี กรุ๊ป ของเจริญ แม้ว่าจะมีบริษัท ทีซีซี แลนด์ เป็นบริษัทที่ดูแลอสังหาริมทรัพย์ของทั้งเครือ มีบริษัท ทีซีซี แคปปิตอล แลนด์ บริษัทที่เคยร่วมทุนกับสิงคโปร์ พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบแนวสูงมาแล้วประมาณ 10 โครงการ แต่อาจจะไม่เพียงพอต่อความใหญ่ของกลุ่มที่มีทั้งทุนและที่ดินอยู่มหาศาล
ยูนิเวนเจอร์จึงเป็นอีก 1 ขาในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยมีบริษัท แกรนด์ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเม้นท์ ที่ยูนิเวนเจอร์ถือหุ้นอยู่ 60% รับหน้าที่พัฒนาคอนโดมิเนียม และจิ๊กซอว์อีกตัว คือ โกลเด้น แลนด์ ที่ยูนิเวนเจอร์ เข้าไปถือหุ้น 51% จะโฟกัสเฉพาะการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบและอสังหาริมทรัพย์ในเชิงพาณิชยกรรมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นออฟฟิศ โรงแรม หรือเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ เป็นการต่อยอดสร้างอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้กับเจ้าสัวเจริญในอีกมิติหนึ่ง
ทำไมต้องเป็น โกลเด้น แลนด์ ที่จมนิ่งมานาน อาจจะเป็นคำถามที่ชวนสงสัย แต่ถ้ามองลึกลงไปก็จะเห็นของดีราคาถูกที่ โกลเด้น แลนด์ มีอยู่ในย่านกลางเมือง ทรัพย์สินเหล่านี้มูลค่ารวมกันกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท เช่น อาคารสาทร แสควร์ ออฟฟิศ 40 ชั้น หัวมุมถนนสาทร มูลค่า 4,400 ล้านบาท โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ บนถนนสาทร มูลค่า 5,807 ล้านบาท ที่โกลเด้นท์ แลนด์ ถือหุ้นอยู่ 20% ดิ แอสคอท สาทร เซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ และโรงแรม มูลค่า 2,236 ล้านบาท เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ เมย์แฟร์ หลังสวน 206 ล้านบาท อาคารโกลเด้นท์ แลนด์ ราชดำริ 341 ล้านบาท เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีแลนด์แบงก์ที่เช่าจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์บริเวณชุมชนวัดไผ่สิงห์โตบริเวณถนนพระรามสี่ตัดกับรัชาดาภิเษกบริเวณคลองเตยอีก 8 ไร่เศษ ที่ดินโกดังเก็บสินค้าอินช์เคป บริเวณถนนรามคำแหงใกล้กับโอสถสภาอีก 30 ไร่ และยังมีที่ดินสนามกอล์ฟพาโนราม่า กอล์ฟแอนด์คันทรีคลับที่นครราชสีมาเนื้อที่ 296 ไร่ และยังมีที่ดินในต่างจังหวัดอีกหลายแปลง เช่น กระบี่ เชียงราย ระยอง และประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น
ธนพล ศิริธนชัย กรรมการบริหารยูนิเวนเจอร์ ที่วันนี้สวมหมวกเป็นประธานอำนวยการ ของโกลเด้น แลนด์ บอกว่า โกลเด้น แลนด์ มีทรัพย์สินชั้นดีอยู่ในมือหลายแปลงที่สามารถนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ซึ่งในแผน 3 ปีแรก ปีแรกจะเป็นช่วงของการ Rebuild Foundation เพื่อชำระสะสาง การปรับพื้นฐาน วางระบบใหม่ทั้งในด้านไอที คอมพิวเตอร์ บัญชี งานบุคคล และเตรียมการสำหรับการขยายธุรกิจในอนาคต
ในปีที่ 2 จะเริ่มเข้ามาดูสินทรัพย์ที่มีอยู่ทั้งหมดจะต้องสร้างมูลค่าเพิ่มในสินทรัพย์ที่มี หรือ Unlocking Value จะเน้นเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพของโครงการที่ดำเนินการอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการเร่งปล่อยพื้นที่เช่าสำนักงานอาคารสาทรสแควร์ และอาคารโกลเด้น แลนด์ การเพิ่มผลกำไรของเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ แอสคอท และเมย์แฟร์ แมริออท จะทำให้มีรายได้จากค่าเช่าเพิ่ม 1,000 ล้านบาท เป็น 1,500 ล้านบาทต่อปี
นอกจากนี้ ในปีที่ 2 บริษัทจะมีการลงทุนพัฒนาโครงการไผ่สิงโต ซึ่งจะเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ครั้งแรกของโกลเด้น แลนด์ หลังจากยูนิเวนเจอร์เข้ามาถือหุ้น โดยจะพัฒนาเป็นอาคารสำนักงานขนาดใหญ่และโรงแรมบน สูง 25 ชั้น บนเนื้อที่ 8 ไร่ มูลค่าโครงการ 4,700 ล้านบาท โดยจะใช้งบลงทุนอีก 2,000 ล้านบาท และที่ดินบริเวณโกดังอินช์เคป 30 ไร่ อยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบของการพัฒนา
ในขณะเดียวกันจะกลับมาเน้นการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขายที่เป็นแนวราบทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์อีกครั้ง เพราะตลาดที่อยู่อาศัยยังมีแนวโน้มการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะใช้งบ 1,000 ล้านบาท ซื้อที่ดินที่มีศักยภาพรอบๆ กทม. พัฒนาโครงการปีละ 34 โครงการ แต่จะปรับตำแหน่งสินค้าใหม่จากที่ทำแต่โครงการ 20-30 ล้านบาท ลงมาทำในตลาดที่มีดีมานด์สูง คือ ตลาดระดับกลาง
ธนพล สรุปสั้นๆ ว่า วันนี้อะไรที่ขายได้ก็จะทำก่อน โดยบ้านเดี่ยวจะราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท บวกลบ และทาวน์เฮาส์อยู่ที่ 23 ล้านบาท ซึ่งจะมีการสร้างแบรนด์ใหม่ทั้งบ้านและทาวน์เฮาส์ ส่วนที่ดินเปล่าและสนามกอล์ฟในต่างจังหวัดที่มีอยู่อีกหลายแปลงจะขายออกไป เพราะถือว่าไม่ใช่ธุรกิจหลัก
ในปีที่ 3 ของแผนโกลเด้น แลนด์ จะเริ่มมีกำไร ซึ่งมาจากรายได้ที่ตั้งไว้ 5,000 ล้านบาท จากโครงการที่อยู่อาศัย และอีก 5,000 ล้านบาท จากโครงการเชิงพาณิชย์ที่จะหาเพิ่มเข้ามาในพอร์ตอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ และเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของโกลเด้น แลนด์ ที่จะขอกลับมาผงาดเป็นบริษัทระดับท็อปในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง ภายใต้ฐานทุนที่แข็งแกร่งของกลุ่มเจ้าสัวเจริญ







