posttoday
‘มาม่า’เป้าหมาย100ปี

‘มาม่า’เป้าหมาย100ปี

07 มีนาคม 2556

มองอนาคต100ปี

มองอนาคต100ปี

ปีละครั้งที่สื่อมีโอกาสพบปะ พิพัฒ พะเนียงเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ (ทีเอฟ) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรามาม่า ซึ่งทุกครั้งก็ได้แบ่งปันประสบการณ์ที่คลุกคลีในวงการมานานกว่า 40 ปี

สำหรับครั้งนี้ พิพัฒ มองถึงการสร้างความแข็งแกร่งของมาม่า ว่าต้องไม่ใช่อยู่แค่ 40 ปี แต่ต้องมองไปถึง 100 ปี นั่นคือการสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจ เพราะหากมองแค่การเติบโตทุกปีแต่ไม่มองถึงการเติบโตอย่างยั่งยืน คงอยู่มาไม่ถึง 40 ปีอย่างวันนี้

และองค์ประกอบสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน คือ การตอบแทนสู่สังคม เพื่อเติบโตและก้าวเดินเคียงคู่ไปกับสังคมไทย

“อย่างปีนี้ ปีที่ 40 ของมาม่า เรามีกำลังก็บริจาค 40 ล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นทุกปี ถ้ามาม่าอยู่ 100 ปี ก็จะบริจาค 100 ล้านถ้าได้กำไร”

ที่สำคัญในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่ถูกเรียกขานว่าเป็นอีกดัชนีชี้วัดกำลังซื้อและเศรษฐกิจไทย พิพัฒ ยอมรับว่า ถึงวันนี้ตลาด

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเริ่มถึงจุดอิ่มตัวในแง่ปริมาณ แต่สามารถเพิ่มมูลค่าได้

ดังนั้น ทิศทางของทีเอฟนับจากนี้ จึงต้องเพิ่มมูลค่าด้วยการสร้างตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดถ้วยเพราะสามารถเพิ่มจากชนิดซอง 6 บาท เป็น 13 บาท ทำให้ตัวเลขยอดขายเพิ่มขึ้นแม้ปริมาณไม่เพิ่ม รวมทั้งต้องปรับคุณภาพของบะหมี่ตรามาม่าให้เหนือกว่าคู่แข่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังต้องขยายธุรกิจในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโต เช่น บิสกิต เวเฟอร์ ฯลฯ ควบคู่กับการลดต้นทุนที่สามารถทำได้โดยไม่ลดคุณภาพสินค้า

พิพัฒ บอกเล่าถึงวิวัฒนการตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในตลาดโลกที่ได้สัมผัสตลาดมา 4050 ปี ว่าสามารถแบ่งตลาดออกเป็น 3 ช่วง เริ่มจากช่วงแรก ลูกค้าหลักเป็นยุคของผู้อพยพจากลาว เขมร เวียดนาม ที่ต้องการย้ายไปประเทศที่ 3 อย่าง สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ยุโรป เรียกว่าเป็นตลาดที่ผลิตเพื่อสนองความต้องการของลูกค้า (Serve Need)

จากนั้นจึงพัฒนาเข้าสู่ระยะที่ 2 ซึ่งกินเวลานานนับ 10 ปี เมื่อจำนวนผู้อพยพไม่เพิ่มขึ้น แต่มีคู่แข่งในตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น ทำให้ต้องหันไปเจาะตลาดที่เป็นชาวพื้นเมืองหรือคนท้องถิ่นในแต่ละประเทศ จึงเรียกว่าเป็นยุคสร้างความต้องการของตลาดให้เกิดขึ้น (Creat Need)

และปัจจุบันเข้าสู่ช่วงที่ 3 ในยุคของการเปิดเสรี ทำให้ในทุกตลาดทุกประเทศในอาเซียนเต็มไปด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากประเทศต่างๆ โดยเฉพาะบะหมี่จากประเทศจีน ทำให้ต้องปรับตัวด้วยการเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม หรือ นิชมาร์เก็ต (Nich Market) ซึ่งมาม่ามุ่งสู่การทำตลาดบะหมี่ไฮเอนด์ หรือตลาดระดับพรีเมียมเพื่อสร้างตลาดใหม่

ทั้งหมดนี้ เป็นประสบการณ์ที่มีค่ายิ่งจากการเคี่ยวกรำในแวดวงธุรกิจมานานกว่าครึ่งชีวิตของผู้ชายคนนี้

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน