posttoday
ปรับโครงสร้างสะท้านวงการกสิกรตั้งกรรมการผู้จัดการคู่

ปรับโครงสร้างสะท้านวงการกสิกรตั้งกรรมการผู้จัดการคู่

01 มีนาคม 2556

โดย...เบญจมาศ เลิศไพบูลย์

โดย...เบญจมาศ เลิศไพบูลย์


หลังจากซุ่มปรับโครงสร้างมานาน ในที่สุดธนาคารกสิกรไทยก็ประกาศโครงสร้างการบริหารงานใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ชนิดที่เรียกว่าไม่เคยมีธนาคารใดทำมาก่อน โดยตั้งกรรมการผู้จัดการควบ 2 คน คือ “ปรีดี ดาวฉาย” และ “ธีรนันท์ ศรีหงส์” ปรับบทบาท 4 ภูมิจากที่เคยเป็นมือไม้ประสานสิบทิศให้ “บัณฑูร ล่ำซำ” ซึ่งก่อนหน้านั่งเป็นกรรมการผู้จัดการขัดตาทัพ

คนอย่าง บัณฑูร ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ปรับโครงสร้างใหม่หมดทั้งตัวคณะกรรมการธนาคารบางราย และฝ่ายบริหาร ได้แก่ “บรรยงค์ ล่ำซำ” ลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการ โดยกฎใหม่ของธนาคารกรรมการจะมีอายุไม่เกิน 72 ปี เพื่อให้ธุรกิจธนาคารสดใหม่ ทำให้ตำแหน่งประธานกรรมการตกเป็นของ บัณฑูร นั่งควบกับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ส่วน “กฤษฎา ล่ำซำ” โยกไปนั่งเป็นรองกรรมการธนาคาร และรองประธาน บริษัท เมืองไทย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ซึ่งถือหุ้นใหญ่ 51% ในบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต และ “สมเกียรติ ศิริชาติไชย” รับบทบาทใหม่เป็นประธานกรรมการบริหารความเสี่ยงทั้งฝั่งธนาคาร และบริษัท เมืองไทย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์

ระบบปฏิติการทั้งหมดนี้ บัณฑูร โฟกัสไปที่บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต การทำงานของผู้บริหารหนุ่มรุ่นใหม่ทั้ง 4 คน กำลังเข้าสู่ยุคแห่งความท้าทายที่ไร้พรมแดน ก่อนเข้าสู่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งการตั้งกรรมการผู้จัดการควบ 2 คน ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่การแบ่งงานอย่างไร ทุกคนต้องลุย ทำงานเป็นทีมเดียวกัน ไปสู่ปรัชญาการทำธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น

บัณฑูร กล่าวติดตลกว่า ไม่ได้ตั้งใจตั้งกรรมการผู้จัดการให้คนหนึ่งดูงานกลางวัน คนหนึ่งดูงานกลางคืน แต่ทั้งสองคนต้องดูทุกอย่างไปพร้อมๆ กับชายที่เข้าวัยแซยิดที่นั่งหัวโต๊ะตรงนี้

“การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่นี้ เพื่อผนึกกำลังกับบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต ธนาคารต้องเตรียมรับมือกับความท้าทายตลาดธุรกิจในโลกนี้ที่กำลังเปลี่ยนไป งานมีเยอะ แบกคนเดียวไม่ไหว ต้องช่วยกัน ไม่ได้แบ่งขาวแบ่งดำ ไม่ได้แบ่งว่าคนนี้ดูระบบ คนนี้ดูลูกค้า ทำอย่างนั้นมันจะตลก” บัณฑูร กล่าว

บัณฑูร ย้ำว่า ช่วง 23 ปีที่ผ่านมาหลังจากธนาคารเข้าหุ้นใหญ่ในบริษัท เมืองไทย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ก็ได้เข้าไปดูเรื่องการบริหารจัดการอยู่แล้ว แต่จากนี้ธนาคารต้องการรวบธุรกิจการเงิน ตอกเสาให้แน่นทุกด้าน และพร้อมให้บริการทางการเงินอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้ครอบคลุมชีวิตมนุษย์

“สาระสำคัญไม่ใช่ว่าจะมีตัวกรรมการผู้จัดการกี่คน แต่เป็นเรื่องการช่วยกันรับมือกับโจทย์ที่ท้าทาย โจทย์ทุกวันนี้ต่างจาก 20 ปีที่แล้ว ซับซ้อนขึ้นเยอะ ทุกคนต้องพาองค์กรไปข้างหน้า ทุกคนจะมีบทบาทของตัวเอง ฉะนั้นทุกตำแหน่งมีความสำคัญ ที่ผ่านมาเราเคยพังเพราะความไม่เข้าใจบทบาทตัวเอง แต่ภาพรวมนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนใดคนหนึ่ง ทั้งสององค์กรเราจะยึดแนวทางลูกค้าเป็นที่ตั้ง”

ประธานกรรมการธนาคารในวัย 60 ผู้นี้ อธิบายว่า สาเหตุที่ธนาคารต้องให้ความสำคัญธุรกิจประกัน เพราะความต้องการของมนุษย์ทุกวันนี้เปลี่ยนไป เดิมรสนิยมคนไทยอาจไม่ได้มองการซื้อประกันชีวิต ไม่ได้มองการเก็บออมในช่องทางนี้ แต่ปัจจุบันยุคสมัยเปลี่ยน โครงสร้างของธนาคาร และบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จึงต้องลงเสาต้นเดียวให้ปึกขึ้น

ที่ผ่านมาธนาคารได้ก้าวเข้าไปในเมืองไทยประกันชีวิตในช่วงเวลาที่ทันการณ์ เมื่อเข้าไปในช่วงจังหวะที่ดีก็ทำให้ธนาคารสามารถควบคุม และมีอำนาจในบริษัทนั้นๆ เป็นการเข้าสู่ธุรกิจประกันเต็มตัว จากนี้จะเป็นการเตรียมตัวสู่ยุทธศาสตร์บริษัทการเงินที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย เพราะทุกวันนี้ผู้บริโภคไม่ได้สนใจว่า ผลิตภัณฑ์การเงินนี้ ใครเป็นคนทำ แต่คนสนใจว่า ทำอย่างไรให้ผลิตภัณฑ์เป็นชุดเดียวกัน เพื่อตอบสนองความต้องการมนุษย์ได้อย่างเต็มที่

ปัจจุบันการทำงานของบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต มี 2 ช่องทาง คือ ช่องทางตัวแทน และช่องทางการขายประกันผ่านธนาคาร (แบงก์แอสชัวรันส์) ที่ได้ทำร่วมกันตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งผลลัพธ์จากการทำงานร่วมกันดีขึ้นเรื่อยๆ การทำกำไรให้ธนาคารก็มากขึ้น การปรับองคาพยพครั้งนี้ จะทำให้เห็นภาพความแข็งแกร่งเครือธนาคารกสิกรไทยในอนาคต

ขณะที่ กฤษฎา ผู้บริหารที่น่าอิจฉาที่สุด เพราะไม่ต้องอยู่ฝ่ายบริหาร ได้ดูแลกลยุทธ์ทั้งสององค์กร อธิบายว่า แม้ปัจจุบันผู้บริหารในกสิกรไทยจะเข้าไปนั่งอยู่ในเมืองไทยประกันชีวิตอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ฉายผ่านวันนี้คือ การมองไปข้างหน้าของธุรกิจที่จะต้องสร้างความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ร่วมกัน หัวใจหลักสำคัญคือ “โอกาส” เพราะวันนี้ตลาดการเงินเปิด ไม่สามารถแยกธุรกิจธนาคาร และธุรกิจประกันชีวิตได้ แต่ต้องรวมเป็นหนึ่งในสิ่งที่เรียกว่า “ธุรกิจการเงิน” คือ มีทั้งประกันชีวิต และธนาคารพาณิชย์ ซึ่ง 2 ธุรกิจนี้เป็นการทำงานที่ใกล้เคียงกันมากที่สุด

“โลกได้เปลี่ยนไปแล้ว ลูกค้าได้เปลี่ยนไปแล้ว ความเข้มแข็งของ 2 องค์กรจะทำให้เกิดโอกาสนั้น นี่คือความลึกที่จะมีมากขึ้นต่อจากนี้” กฤษฎา ให้คำจำกัดความ

นี่คือปรัชญาการทำธุรกิจใหม่ในกสิกรไทย คนหนุ่มสาวเลือดใหม่ที่พร้อมลุยทุกสมรภูมิการเงิน

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี