
Fund Flow และผลกระทบต่อการออม การลงทุน
เงินบาทที่แข็งค่าเนื่องมาจาก Fund Flow ที่เข้ามาบ้านเรา ซึ่งทั้งเป็นการลงทุนโดยตรงในภาคเศรษฐกิจจริง และลงทุนทางอ้อมที่เรียกว่า Portfolio Investment ในตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้น ที่เงินไหลเข้าเพราะเรามีปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจดี และยิ่งมีการลงทุนโดยตรง ก็ยิ่งทำให้เกิดการจ้างงานและเกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น Fund Flow ที่เข้ามาหาโอกาสจากตลาดหุ้นและพันธบัตรนั้น นอกจากเขาจะต้องการได้ส่วนต่างจากอัตราดอกเบี้ยแล้ว เขายัง Bet กับค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอีก ส่วนนี้เราเรียกว่าเงินร้อน เหมือนนักพนันที่มีเวลาน้อยๆ แต่มีเงินเยอะ และยังไม่ถึงเวลานัด เลยแวะกาสิโน
เงินบาทที่แข็งค่าเนื่องมาจาก Fund Flow ที่เข้ามาบ้านเรา ซึ่งทั้งเป็นการลงทุนโดยตรงในภาคเศรษฐกิจจริง และลงทุนทางอ้อมที่เรียกว่า Portfolio Investment ในตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้น ที่เงินไหลเข้าเพราะเรามีปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจดี และยิ่งมีการลงทุนโดยตรง ก็ยิ่งทำให้เกิดการจ้างงานและเกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น Fund Flow ที่เข้ามาหาโอกาสจากตลาดหุ้นและพันธบัตรนั้น นอกจากเขาจะต้องการได้ส่วนต่างจากอัตราดอกเบี้ยแล้ว เขายัง Bet กับค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอีก ส่วนนี้เราเรียกว่าเงินร้อน เหมือนนักพนันที่มีเวลาน้อยๆ แต่มีเงินเยอะ และยังไม่ถึงเวลานัด เลยแวะกาสิโน
ส่วนเงินไหลเข้าที่เขาต้องการลงทุนในหุ้นจริงๆ ก็มี ส่วนนี้เขาจะมองแต่โอกาสของการเติบโตกำไรดีของกิจการที่เขาสนใจ กับมองที่อัตราเงินปันผลที่คาดว่าจะได้รับในอนาคต ทำให้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากค่าเงินที่แข็งขึ้นนั้นเป็นเพียงผลพลอยได้ พวกนี้เขาไม่ได้เข้ามาลงทุน เพื่อหวังกำไรจากบาทที่แข็งขึ้นเป็นหลักและไม่ใช่เงินร้อน ถ้าดูช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ปี 2009 (2552) จนถึงวันนี้ ค่าเงินไทยก็แข็งขึ้นไม่ต่างจากประเทศเพื่อนบ้านเท่าไหร่นัก
มุมมองต่อนักลงทุน ตั้งแต่ต้นปีถึงกลางเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา SET Index ขึ้นไปแล้ว 9% ทำให้ผู้ลงทุนได้กำไรกันไปพอสมควรจาก Fund Flow ที่ไหลเข้ามาต่อเนื่อง แต่ผู้ลงทุนหน้าใหม่จะมีต้นทุนซื้อที่แพงขึ้น เพราะราคาหุ้นหลายตัวทำ New High หรือ All Time High กันไปแล้ว
มุมมองต่อนักออมเงิน เอเชียผ่านวิกฤตมามากแล้ว ทำให้มีประสบการณ์และความระมัดระวังคือ “เข็ดหลาบ” อย่างน้อยก็ไม่ผลีผลามขยายตัวสร้างหนี้มากไปในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เอเชียมีงบดุล หรือ Balance Sheet ที่ยังแข็งแรงและมีความสามารถในการจ่ายเงินปันผลในระดับที่สูงขึ้น
จากสภาพคล่องในตลาดการเงินที่มีอยู่สูง (ตราบเท่าที่ประเทศใหญ่ๆ ยังพิมพ์เงินอยู่) และอัตราดอกเบี้ยที่หักด้วยอัตราเงินเฟ้อแล้วยังติดลบ เงินก็จะยังไหลเข้าไปอยู่ในภูมิภาคที่เติบโตและมีอัตราเงินปันผลที่ดีอย่างภูมิภาคเอเชีย เป็นต้น
การฝากเงินแบบเดิมๆ ทำให้มูลค่าของเงินนับวันจะด้อยค่าลง เพราะ Fund Inflow จะผลักดันให้ราคาสินทรัพย์ต่างๆ สูงขึ้น เช่น ราคาข้าวของ อาหาร ราคาหุ้น หรือที่ดิน ที่จะยิ่งสูงขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจและการขยายตัวของ Urbanization เพราะฉะนั้นอย่าฝากเงินอย่างเดียว ต้องรู้จักให้เงินทำงานด้วยการมองหาทางเลือกในการลงทุนเพิ่ม เราควรพิจารณาแบ่งส่วนไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ ที่จะให้ผลตอบแทนที่ดีภายใต้ระดับความเสี่ยงที่เรายอมรับได้กันบ้าง
สำหรับคำแนะนำสำหรับนักลงทุนในการวางแผนการเงิน ช่วงนี้เป็นช่วงที่บริษัทจดทะเบียนจะประกาศผลประกอบการประจำปี พร้อมทั้งจ่ายเงินปันผล เราเลือกหาหุ้นปันผลที่ให้ Yield สูงๆ และมีอัตรากำไรต่อหุ้นที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องได้ ดังนั้นจึงน่าจะลงทุนในหุ้นหรือกองทุนที่ลงทุนในหุ้นได้ถึง 100% เพื่อรับผลตอบแทนจาก Capital Gain แต่ถ้าต้องการรายได้จากปันผลไปใช้ ก็ให้ลงทุนในกองทุนหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลต่อเนื่อง (เช่น BSIRICG, BCAP และ BKD ของกองทุนบัวหลวง เป็นต้น ในช่วงที่ผ่านมาเราเห็นลูกค้าซื้อกองทุนหุ้นของเราต่อเนื่อง โดยเฉพาะกองที่มีนโยบายจ่ายปันผล)
แม้ว่าคนจะมีมุมมองต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง (เช่น หุ้น) ที่ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมามาก แต่ไม่ใช่ว่าความผันผวนของตลาดจะหายไป เพราะความเสี่ยงของการขยายตัวของเศรษฐกิจอาจจะแย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ นอกจากนี้ความเสี่ยงในระยะใกล้ๆ Fiscal Cliff และผลการเลือกตั้งในอิตาลียังมีอยู่ ดังนั้นผู้ลงทุนจึงควรมีการปรับสมดุลสัดส่วนในพอร์ตลงทุนของตนเอง เพื่อเป็นการจัดการความเสี่ยงไปในตัว เช่น ถ้าสัดส่วนหุ้นมีมากเกินกว่าแผนที่กำหนดก็ต้องลดลงไป เพื่อไม่ให้สัดส่วนเบ้ไปจากที่เราตั้งใจไว้ แล้วเอาเงินส่วนเกินนี้ไปเพิ่มน้ำหนักทองคำหรืออื่นๆ ที่สัดส่วนพร่องลงไปจากแผนแล้ว ทั้งนี้ในส่วนพันธบัตรนั้นยังไม่ควรลงทุนในรุ่นอายุยาว ในการปรับพอร์ตเราต้องกระจายการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทต่างๆ ตามความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ภายใต้ข้อจำกัดด้านระยะเวลาที่จะลงทุนกับความต้องการในการใช้เงิน
และเนื่องจากอัตราผลตอบแทนในท้องตลาดถูกกำหนดด้วยปัจจัยสภาพแวดล้อมที่มีความไม่แน่นอน เช่น ภาวะเศรษฐกิจ นโยบายภาครัฐ ปัจจัยจากต่างประเทศ ดังนั้นจึงไม่ควรคาดหวังกับอัตราผลตอบแทนในระดับที่สูงเกินจริง โดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยงและขาดความเข้าใจ
หากนักลงทุนยังไม่มั่นใจ หรือไม่เข้าใจเรื่องการลงทุนและภาวะตลาด หรือมีเวลาอันจำกัด ควรลงทุนผ่านกองทุนรวม ซึ่งมีความเป็นมืออาชีพในการลงทุนในการดูแลเรื่องเงินแทน ผู้ลงทุนระยะยาวจะมองไปที่ผลตอบแทนของการลงทุนระยะยาว อันประกอบด้วยผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI)+พลังของเงินลงทุนที่สะสมต่อเนื่อง ดังนั้นต้องมีความอดทนในการรอคอย และหากปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยมองก็ต้องมีความยืดหยุ่นในการลงทุนด้วย เหมือนที่ John Maynard Keynes บอกว่า...“ผมจะเปลี่ยนแนวคิด ถ้าความจริงมันเปลี่ยนไป”







