posttoday
โออิชิทุ่ม 100 ล้าน

โออิชิทุ่ม 100 ล้าน

27 กุมภาพันธ์ 2556

โออิชิอัดงบ 100 ล้านบาท ทำโคมาร์เก็ตติง ผนึก 4 พันธมิตร แบงก์กรุงเทพ กสิกรไทย กรุงศรีฯ และเอไอเอส แชร์ฐานลูกค้า 58 ล้านราย เตรียมอัดโปรโมชันครั้งใหญ่ “โออิชิ ฟาย มี ทู เจแปน” กินได้ลด โซ้ยได้ลุ้น ทั้งลดราคา พาทัวร์ญี่ปุ่น หวังสู้ศึกร้านอาหารญี่ปุ่นที่คาดว่าจะบุกเข้าไทยมากขึ้น ตั้งเป้าดันยอดขาย 30% สิ้นปีรายได้แตะ 7,000 ล้านบาท พร้อมนำเข้าแบรนด์อาหารญี่ปุ่นใหม่เข้ามาทำตลาดปลายปี

โออิชิอัดงบ 100 ล้านบาท ทำโคมาร์เก็ตติง ผนึก 4 พันธมิตร แบงก์กรุงเทพ กสิกรไทย กรุงศรีฯ และเอไอเอส แชร์ฐานลูกค้า 58 ล้านราย เตรียมอัดโปรโมชันครั้งใหญ่ “โออิชิ ฟาย มี ทู เจแปน” กินได้ลด โซ้ยได้ลุ้น ทั้งลดราคา พาทัวร์ญี่ปุ่น หวังสู้ศึกร้านอาหารญี่ปุ่นที่คาดว่าจะบุกเข้าไทยมากขึ้น ตั้งเป้าดันยอดขาย 30% สิ้นปีรายได้แตะ 7,000 ล้านบาท พร้อมนำเข้าแบรนด์อาหารญี่ปุ่นใหม่เข้ามาทำตลาดปลายปี

เที่ยวไทยนอกเงินสะพัด

ผู้จัดงานท่องเที่ยวประเมินคนไทยเที่ยวไทยและเที่ยวนอกเพิ่มขึ้น หลังจากพบว่ายอดใช้จ่ายในไทยเที่ยวไทยครั้งที่ 27 เกินเป้าหมายกว่าเท่าตัว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนไทยเปลี่ยนพฤติกรรม กล้าใช้บัตรเครดิตซื้อแพ็กเกจทัวร์และที่พักในงาน ขณะที่งานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 12 ก็พบว่ายอดขายเป็นไปตามเป้า โดยแพ็กเกจทัวร์เดินทางไปประเทศที่ใช้เวลาเดินทางระยะสั้น เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง ไต้หวัน และประเทศในอาเซียนขายดี

นายกฤตย์ พัตรปาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พี.เค.เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ เปิดเผยว่า การจัดงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 27 เมื่อวันที่ 21-24 ก.พ. ที่ผ่านมาประสบความสำเร็จเกินคาดหมาย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอสรุปตัวเลขที่แท้จริง แต่เบื้องต้นมีผู้ร่วมงานไม่ต่ำกว่า 3.5 แสนคน ส่วนเงินสะพัดอาจมากกว่า 800 ล้านบาท เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึงเท่าตัว สาเหตุสำคัญมาจากผู้เดินงานเปลี่ยนพฤติกรรม กล้าใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในงานสูงขึ้น จนทำให้ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในงานไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท อีก 300-400 ล้านบาท เป็นยอดใช้จ่ายเงินสด


ขณะเดียวกันเป็นผลจากมีตัวแทนบริษัทห้างร้านหลายรายหันมาซื้อแพ็กเกจที่พักในงานแบบเหมาจ่ายครั้งละ 100 แพ็กเกจ เพื่อนำไปแจกพนักงาน หรือลูกค้า รวมทั้งมีกลุ่มคนทั่วไป ที่นิยมเป็นตัวแทนรับฝากกลุ่มเพื่อน พี่น้อง มาซื้อแพ็กเกจในงานให้ด้วย แทนที่จะใช้จ่ายเฉพาะแพ็กเกจที่ตัวเองต้องการเท่านั้น เนื่องจากกลุ่มเพื่อน พี่น้อง ติดธุระ ไม่สามารถมาเองได้


ทั้งนี้จากภาพรวมงานที่คนใช้บัตรเครดิตสูงขึ้น ส่งผลให้มีผู้ประกอบการบัตรเครดิตไม่ต่ำกว่า 3-4 ราย หารือกับบริษัทว่า สนใจจะเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักการจัดงานเพิ่มเติม สำหรับการจัดงานครั้งต่อไป ซึ่งจะมีวันที่ 58 ก.ย.2556 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ อย่างไรก็ตามบริษัทคงต้องหารือรายละเอียดที่ชัดเจนอีกครั้ง เพราะปัจจุบันมีผู้สนับสนุนหลักที่เป็นผู้ประกอบการบัตรเครดิตอยู่แล้ว 2 ราย คือ บัตรเครดิตในเครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา และบัตรเครดิตซิตี้ แบงก์


“แต่ก่อนผู้ประกอบการบัตรเครดิตไม่สนใจการสนับสนุนจัดมหกรรมการขายแบบนี้มากนัก แต่เนื่องจากคนไทยมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป กล้าใช้จ่ายบัตรเครดิตในงานมหกรรมการขายมากขึ้นทำให้ระยะหลังมีผู้ประกอบการบัตรเครดิตเข้ามาสนับสนุนการจัดงานประเภทนี้มากตาม ในส่วนของงานไทยเที่ยวไทย เดิมมองว่าปีนี้ยอดขายอาจต่ำกว่าช่วงเดียวกันที่จัดงานปีก่อนเล็กน้อย เพราะจัดงานช่วงกลางเดือน ไม่ใช่ช่วงปลายเดือนที่พนักงานส่วนใหญ่เงินเดือนออก คนอาจมีกำลังซื้อไม่มาก แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาผิดคาด เพราะคนพยายามไม่ใช้เงินสด หันมาใช้บัตรเครดิตมากขึ้น โดยพบว่า ผู้เดินในงานไม่ได้รูดบัตรซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยว ที่พัก ตั๋วเครื่องบินเท่านั้น แต่ยังรูดบัตรเพื่อซื้อแม้แต่สินค้าอุปโภคบริโภคประเภทอื่นที่มาออกในงานด้วย”


นายสุทธิพงศ์ เผื่อนพิภพ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว(ทีทีเอเอ) กล่าวว่า ภาพรวมการจัดงานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 14-17 ก.พ.ที่ผ่านมา มีผู้ร่วมงานกว่า 3.5 แสนคน ซึ่งเป็นจำนวนคนร่วมงานไม่สูงมาก แต่เป็นกลุ่มคนที่มาเพื่อเลือกซื้อแพ็กเกจจริงๆ ไม่ได้มาเดินเล่นเท่านั้น ขณะที่เงินสะพัดเบื้องต้น 400 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นยอดใช้จ่ายที่มาจากการจัดงานพ่วงในต่างจังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต และอุดรธานี คิดเป็น 5% ของเงินสะพัดทั้งงาน


สำหรับแพ็กเกจทัวร์เดินทางไปประเทศที่ใช้เวลาเดินทางระยะสั้น เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง ไต้หวัน และประเทศในแถบอาเซียนขายดี ทำให้ล่าสุดปิดยอดขายแพ็กเกจช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้แล้ว 50% ของแพ็กเกจทั้งหมดที่มีขาย ส่วนแพ็กเกจทัวร์เดินทางระยะไกล ไปประเทศแถบยุโรป อเมริกา ปิดยอดขายแพ็กเกจช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้ 30% เพราะผู้มาเดินงานจำนวนหนึ่งยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อแพ็กเกจทันทีในงาน เนื่องจากการเดินทางไปประเทศระยะไกล มีค่าใช้จ่ายสูง จึงใช้เวลาตัดสินใจนาน


“ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ไม่ได้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อแพ็กเกจในงานมากนัก ไม่ได้ทำให้คนไทยเดินทางไปเที่ยวระยะไกลมากขึ้น ส่วนปัจจัยที่ช่วยหนุนให้ยอดขายในงานคึกคักนั้น มาจากมีตัวแทนบริษัทห้างร้าน ที่วางแผนจัดการเดินทางไปต่างประเทศขอบคุณลูกค้า หรือเป็นของขวัญให้พนักงาน ใช้โอกาสที่มีงานนี้ มาเลือกใช้บริการเหมาแพ็กเกจกับบริษัทนำเที่ยวซึ่งเข้าร่วมงาน เพราะสามารถเจรจาต่อรองราคาได้”

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน