
เปิดคัมภีร์ดึง "เก่ง" อยู่กับองค์กร
กล้เข้ามาทุกทีสำหรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ซึ่งทุกฝ่ายต่างให้ความสนใจและเตรียมความพร้อมในประเด็นดังกล่าว ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “เรื่องของคน” เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ทุกองค์กรให้ความสำคัญอันดับต้นๆ ในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา องค์กรต่างๆ มีความใส่ใจ ซึ่งเป็นทิศทางที่ดีในการพัฒนาองค์กร
กล้เข้ามาทุกทีสำหรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ซึ่งทุกฝ่ายต่างให้ความสนใจและเตรียมความพร้อมในประเด็นดังกล่าว ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “เรื่องของคน” เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ทุกองค์กรให้ความสำคัญอันดับต้นๆ ในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา องค์กรต่างๆ มีความใส่ใจ ซึ่งเป็นทิศทางที่ดีในการพัฒนาองค์กร
พิชญ์พจี สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทาวเวอร์ส วัทสัน (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านงานบริหารองค์กร ผู้คร่ำหวอดในวงการมานานกว่า 20 ปี กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมด้านแรงงานเพื่อก้าวเข้าสู่เออีซี ว่าเมื่อก้าวเข้าสู่เออีซีสิ่งสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าความต้องการพื้นฐานเลย คือ เรื่องภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาสากล จะมีความสำคัญอย่างมากกับการก้าวเข้าสู่เออีซี
ซึ่งจากการเก็บข้อมูลด้านแรงงานในประเทศไทย พบว่า 2 องค์ประกอบหลักที่แรงงานในไทยยังขาดอยู่เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน คือ 1.ความสามารถทางด้านภาษา และ 2.ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงต้องมีการพัฒนาศักยภาพเพื่อยกระดับการแข่งขันไปยังภูมิภาค
ทั้งนี้ ตลาดแรงงานในประเทศไทยถูกกดดันด้วยการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท และการขึ้นเงินเดือนข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจเป็น 1.5 หมื่นบาท ซึ่งส่งผลต่อผู้ประกอบการที่จะต้องมีวิธีการจัดการต้นทุน ซึ่งต้นทุนหลักส่วนหนึ่งมาจากแรงงาน ดังนั้นผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะต้องคัดกรองและเลือกสรรแรงงานที่มีความคุ้มค่ามากที่สุด
เมื่อภาวะความกดดันจากการปรับขึ้นค่าแรง ประกอบกับความต้องการแรงงานที่คุ้มค่าของผู้ประกอบการ จะส่งผลให้ความกดดันจะตกอยู่ที่แรงงานที่จะต้องมีการพัฒนาศักยภาพเพื่อการแข่งขันในตลาดแรงงาน
แน่นอนว่าการเปิดเออีซีถือเป็น “โอกาส” ของแรงงานซึ่งอยู่ในระดับที่เรียกว่า “คนเก่ง” ในประเทศไทย แต่ในมุมกลับกันการเปิดเออีซี ก็มีมุมที่คนเก่งในประเทศไทยอาจจะเสียโอกาสในตำแหน่งงานที่ผู้ประกอบการต้องการแรงงานที่มีความคุ้มค่า ซึ่งมองว่าแรงงานจากประเทศอินเดียและฟิลิปปินส์ มีโอกาสไหลเข้ามาในประเทศมากยิ่งขึ้น เนื่องจากความสามารถด้านภาษา รวมถึงความสามารถด้านไอทีได้เปรียบกว่าแรงงานไทย
ทั้งนี้ มองว่าอาชีพที่มีความสุ่มเสี่ยงโดนแย่งงานจากแรงงานต่างชาติหลังการเปิดเออีซี คือ วิศวกร ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ รวมถึงอาชีพที่มีพื้นฐานการบริหารเดียวกันทั่วโลก ในขณะที่มองว่าอาชีพในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว จะเป็นโอกาสของแรงงานในประเทศไทยที่รักษาไว้เป็นจุดแข็งในการแข่งขันกับแรงงานต่างประเทศได้
ซึ่งเมื่อในแต่ละองค์กรมีคนเก่งอยู่ในองค์กร ซึ่งคนเก่งที่พูดถึงในมุมมองของผู้ประกอบการหรือนายจ้าง คือคนที่มีประสิทธิภาพในปัจจุบันและมีแนวโน้มความสามารถในการพัฒนาศักยภาพตัวเองในอนาคต ดังนั้นการรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทาย การบริหารจัดการคนเก่งให้อยู่กับองค์กรจึงเป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่องค์กร หรือฝ่ายบริหารบุคลากร (HR) จะต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากโอกาสก็มาพร้อมๆ กับการเปิดเออีซีเช่นกัน เนื่องจากเหตุผลหลักที่ทำให้คนเก่งหรือแรงงานลาออก มีปัจจัยหลักที่มาจากลูกจ้างกับ นายจ้าง 3 ปัจจัยด้วยกัน คือ 1.ความก้าวหน้าในการทำงาน 2.เงินเดือน 3.ความท้าทาย
ซึ่งหลายครั้งที่เรื่องเงินไม่ใช่ปัจจัยหลักเสมอไป ในมุมคิดของลูกจ้างจากผลสำรวจ คือแม้เงินเดือนจะสูงแต่หากขาดโอกาสหรือความก้าวหน้าในตำแหน่ง ก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้มองหาโอกาสในสถานที่ทำงานอื่นได้
และอีกปัจจัยหนึ่งจากการสำรวจพบว่า ความเห็นของแรงงานที่มีต่อหัวหน้างานหรือผู้จัดการ ให้ความสำคัญต่อความสัมพันธ์ที่ดีหรือการใส่ใจ มากกว่าความเห็นของหัวหน้างานหรือผู้จัดการที่ให้ความสำคัญน้อยกว่า
ประกอบกับความสามารถในการบริหารจัดการคนเก่งของหัวหน้างาน หรือผู้จัดการส่วนใหญ่จากการสำรวจในประเทศไทยยังขาดความชัดเจนในการตั้งเป้าหมายให้กับแรงงาน รวมถึงการพัฒนาฝึกฝนแนะนำแรงงาน ประกอบกับการให้ความสำคัญต่อการประเมินผลและความยุติธรรมของค่าตอบแทนในการประเมินผลยังไม่เทียบเท่ากับประเทศที่พัฒนาแล้ว
ดังนั้น การให้ความสำคัญต่างๆ กับสิ่งเหล่านี้ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะเป็นศาสตร์หนึ่งในการรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรได้ แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจัยความต้องการของคนเก่งถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.ต้องการผลตอบแทนซึ่งจะต้องแยกแยะอย่างชัดเจนตามผลงานหรือการประเมิน ทั้งโบนัสและเงินเดือน และ 2.ต้องการความก้าวหน้าและเวทีการแสดงออกของผลงานรวมถึงความชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ตลาดแรงงานคนเก่งในประเทศไทยขณะนี้ยังมีความขาดแคลนจากปัจจัยหลักด้านภาษาและการคิดวิเคราะห์ จึงเป็นปัจจัยที่ประเทศไทยอาจจะขาดความพร้อมทางการแข่งขันด้านแรงงานในระดับภูมิภาค ซึ่งเหล่านี้ประเทศไทยได้มีการเตรียมความพร้อมมานานแต่ขาดการสนับสนุนและปฏิบัติ
ซึ่งมองว่าการพัฒนาระบบ HR จะต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 35 ปี ถึงจะมีความพร้อมอย่างสมบูรณ์







