
แผน20ปีลดพลังงาน1ล้านล.
สนพ.ชูแผนปฏิบัติการอนุรักษ์พลังงาน 20 ปี คาดใช้งบ 1.2 แสนล้านบาท
สนพ.ชูแผนปฏิบัติการอนุรักษ์พลังงาน 20 ปี คาดใช้งบ 1.2 แสนล้านบาท
นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการสัมมนาเพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงาน “โครงการศึกษาจัดทำแผนปฏิบัติการอนุรักษ์พลังงาน 20 ปี (2554-2573) ว่า การจัดทำแผนอนุรักษ์พลังงาน จะใช้งบประมาณสนับสนุนภาคการใช้พลังงานรวมทั้งสิ้น 1.28 แสนล้านบาท เพื่อส่งเสริมให้เกิดการประหยัดพลังงานทุกภาคส่วน 1.1 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ แผนปฏิบัติการอนุรักษ์พลังงานได้กำหนดเป้าหมายการลดใช้พลังงานในภาคเศรษฐกิจเนื่องจากมีอัตราการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ได้แก่ ภาคอุตสาหกรรม มีการขยายตัวการใช้พลังงานเฉลี่ยปีละ 7.1% โดยตั้งเป้าหมายลดใช้พลังงานขั้นสุดท้าย 16,100 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ ลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เท่ากับ 54 ล้านตัน/ปี
ด้านภาคอาคารธุรกิจและบ้านพักอาศัย ถือเป็นภาคที่มีการขยายตัวตามการเติบโตทางเศรษฐกิจ ตั้งเป้าหมายลดการใช้พลังงานขั้นสุดท้าย 7,000 ตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ และลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เท่ากับ 23 ล้านตัน ในขณะที่ภาคขนส่งมีอัตราการเติบโตของการใช้ค่อนข้างคงที่ เฉลี่ย 35.8% มีเป้าหมายลดการใช้พลังงานขั้นสุดท้าย 15,100 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ และลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เท่ากับ 53 ล้านตัน/ปี
สำหรับสาระสำคัญของแผนปฏิบัติการมีทั้งหมด 34 มาตรการ เช่น การบังคับใช้ติดฉลากแสดงประสิทธิภาพพลังงาน หรือฉลากเบอร์ 5 การสนับสนุนด้านการเงินเพื่ออุดหนุนผลการประหยัดพลังงาน จูงใจให้เกิดการลงทุนด้านอนุรักษ์พลังงานซึ่งจะมีทั้งมาตรการด้านภาษีและมาตรการด้านการเงินควบคู่กันไป การสนับสนุนการดำเนินการของบริษัทจัดการพลังงาน การส่งเสริมวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานของกระบวนการผลิต
นอกจากนี้ ยังมีการบังคับใช้เกณฑ์มาตรฐานประสิทธิภาพของอาคาร ตลอดจนการติดฉลากแสดงประสิทธิภาพพลังงานของอาคาร โดยเริ่มจากอาคารภาครัฐที่จะก่อสร้างใหม่เพื่อเป็นแบบอย่าง การสนับสนุนให้เกิดการสร้างอาคารสาธิตประหยัดพลังงาน เพื่อนำไปสู่อาคาร Zero Energy Building ด้านภาคขนส่ง บังคับให้ติดฉลากประสิทธิภาพพลังงานสำหรับยานยนต์ มาตรการทางภาษีเพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้ใช้รถเป็นต้นยนต์ให้ตระหนักถึงการอนุรักษ์พลังงานโดยการปรับโครงสร้างภาษียานยนต์ตามอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง







