posttoday
นิยม

นิยม

20 กุมภาพันธ์ 2556

ช่วงนี้เวลาไปเวทีสัมมนาที่เกี่ยวข้องกับเสาสังคมวัฒนธรรมทีไร ผมพบว่ามีเรื่องที่ “ยังไง้ ยังไง” ก็ต้องมีใครสักคนพูด นั่นคือไทยมีอุปสรรคในการรวมตัวเป็นอาเซียนจากความเป็น “ชาตินิยม” เพราะเมื่อมองไปถึงคำขวัญของอาเซียน “หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งอัตลักษณ์ หนึ่งประชาคม” ชาตินิยมดูเป็นของที่จะอยู่คู่กันไม่ได้ แต่เอาเข้าจริงๆ แต่ละเวทีก็ยังหาคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ ว่าท้ายที่สุดแล้วต้องทำอย่างไรเพื่อลดอุปสรรคในการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน

ช่วงนี้เวลาไปเวทีสัมมนาที่เกี่ยวข้องกับเสาสังคมวัฒนธรรมทีไร ผมพบว่ามีเรื่องที่ “ยังไง้ ยังไง” ก็ต้องมีใครสักคนพูด นั่นคือไทยมีอุปสรรคในการรวมตัวเป็นอาเซียนจากความเป็น “ชาตินิยม” เพราะเมื่อมองไปถึงคำขวัญของอาเซียน “หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งอัตลักษณ์ หนึ่งประชาคม” ชาตินิยมดูเป็นของที่จะอยู่คู่กันไม่ได้ แต่เอาเข้าจริงๆ แต่ละเวทีก็ยังหาคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ ว่าท้ายที่สุดแล้วต้องทำอย่างไรเพื่อลดอุปสรรคในการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน

วันก่อน ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับน้องชาวสุราษฎร์ธานีที่สนิทกัน เขาเล่าว่าที่ภาคใต้นั้นมีคำสอนของรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย ในการปลูกฝังลูกหลานถึงขนาดว่า หากจะไปชกไปต่อยกับใคร ให้ถามคนที่จะต่อยด้วยก่อนว่าเป็นลูกหลานใคร เผื่อเป็นพี่น้องบ้านเดียวกัน จะได้เลิกแล้วกันไป

หากจะวิเคราะห์ว่าแนวคิดดังกล่าวเป็น “ภาคนิยม” ในแบบฉบับชาวใต้ ผมว่าก็คงไม่ผิดนัก คำถามคือ แนวคิดดังกล่าวเป็นประโยชน์หรือเป็นอุปสรรคต่อการรวมตัวเป็นอาเซียน

จากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 คำว่า“อัตลักษณ์” หมายถึง ผลรวมของลักษณะเฉพาะของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งทำให้สิ่งนั้นเป็นที่รู้จักหรือจำได้ ดังนั้น ถ้าเราพูดถึงผลรวมของความเชื่อและวิธีคิดของคนใต้ ที่ทำให้คนทั่วไปจำได้ “ความรักพวกพ้อง” ก็น่าจะเป็นอัตลักษณ์ของชาวใต้

สรุปเบื้องต้นก็คือ ชาวใต้มีความสามารถในการปลูกฝัง “ค่านิยม” ให้พัฒนากลายเป็นอัตลักษณ์ของตัวเองได้

คำว่า “ปลูกฝัง” จากพจนานุกรมฉบับเดียวกัน หมายถึง ทำให้เติบโตและมีความมั่นคง ผมจึงคิดว่าแนวคิดภาคนิยมแบบชาวใต้ไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นตัวอย่างที่ดีของภาครัฐ ว่าการจะทำให้คนในสังคม “รู้สึก” ถึงความเป็นหนึ่งเดียว มีค่านิยมที่เติบโตไปได้อย่างมั่นคง ต้องทั้งปลูกและฝังรากลึกลงไปในคนทุกระดับ ทุกเจเนอเรชัน

หากมามองถึงการปฏิบัติ ผมขอเปรียบเทียบกับธุรกิจน้ำอัดลม ธุรกิจที่มีความเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงอย่างมากเมื่อปลายปี แบรนด์ยักษ์ใหญ่ 2 ราย อัดงบรายละไม่ต่ำกว่า 250 ล้านบาท ภายในไม่ถึง 3 เดือน เพื่อดึงคนกลุ่มใหม่ให้หันมานิยมตัวเอง และให้คนที่นิยมตัวเองอยู่แล้วยังคงนิยมต่อไป

วิธีที่ทั้ง 2 แบรนด์ใช้ประกอบไปกับงบจำนวนดังกล่าว คือ การจัดกิจกรรมพิเศษ ลงพื้นที่เข้าถึงผู้คนในแต่ละจังหวัด แต่ละพื้นที่จริงๆ ชนิดกะว่าขอปลูกแบรนด์น้ำอัดลมของตัวเองฝังในใจคนที่เข้าถึงให้ได้

เช่นเดียวกัน การจะพัฒนาแนวคิดภาคนิยม ให้เป็นชาตินิยม และกลายเป็น “ภูมิภาคนิยม” ก็ต้องการการลงพื้นที่อย่างจริงจัง เพื่อเข้าไปปลูกฝังแนวคิดใหม่ให้แก่คนในสังคม ให้อาเซียนได้รวมกันเป็นหนึ่งเดียวในที่สุด

หันกลับมาดูงบประมาณของหน่วยงาน ผู้มีหน้าที่ “สร้างอัตลักษณ์อาเซียน” ในไทย 2 หน่วยงาน หน่วยงานหนึ่ง คือ กระทรวงวัฒนธรรม ได้งบอาเซียนปีงบประมาณ 2556 ทั้งสิ้น 101.9 ล้านบาท อีกหน่วยงานหนึ่ง คือ กรมประชาสัมพันธ์ ได้งบมา 20 ล้านบาท รวม 121.9 ล้านบาท

พูดง่ายๆ ก็คือ งบทั้งปียังไม่ถึงงบครึ่งหนึ่งของที่แบรนด์น้ำอัดลมใช้3 เดือนเลย

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน