posttoday
หลังสงกรานต์เศร้าค่าเรือด่วนเพิ่ม1บ.

หลังสงกรานต์เศร้าค่าเรือด่วนเพิ่ม1บ.

03 เมษายน 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — กรมเจ้าท่าอนุมัติขึ้นค่าเรือโดยสาร ทั้งเรือด่วนเจ้าพระยาเรือคลองแสนแสบ อีก 1 บาท ตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย.

นายชลอ คชรัตน์ อธิบดีกรมเจ้าท่า ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาค่าเรือโดยสารประจำทาง เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติให้เรือด่วนพิเศษธงเหลืองและส้ม ปรับขึ้นค่าโดยสารอีก 1 บาท โดยอัตราค่าเรือด่วนพิเศษธงส้มปรับเป็น 14 บาทตลอดสาย จากเดิม 13 บาทตลอดสาย เรือด่วนพิเศษธงเหลืองปรับเป็น 19 และ 28 บาทตลอดสาย จากเดิม 18 และ 27 บาทตลอดสาย แต่คงให้ตรึงอัตราค่าโดยสารสำหรับเรือโดยสารธรรมดาที่ 913 บาท

นอกจากนี้ ได้ยังอนุมัติให้เรือคลองแสนแสบปรับขึ้นค่าโดยสารอีกระยะละ 1 บาท เป็น 9, 11, 13, 15, 17 และ 19 บาท จากเดิม 8, 10, 12, 14, 16 และ 18 บาท โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย. นี้ เนื่องจากไม่ต้องการปรับขึ้นค่าโดยสารในช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งประชาชนมีการเดินทางเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ สาเหตุที่ต้องปรับขึ้นค่าโดยสาร เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซลปรับราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ลิตรละ 28.79 บาท ขณะที่ค่าโดยสารเดิมคำนวณบนพื้นฐานราคาน้ำมันดีเซลที่ลิตรละ 25 บาทโดยอัตราค่าโดยสารใหม่นี้จะใช้สำหรับช่วงราคาน้ำมันดีเซลระหว่างลิตรละ 2528 บาท แต่หากราคาน้ำมันดีเซลปรับเป็นลิตรละ 2932 บาท จะพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารอีก 1 บาท

“ในการพิจารณาค่าโดยสารนั้น ได้พิจารณาความเหมาะสมในหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นปริมาณผู้โดยสาร กำไรจากการดำเนินงาน ซึ่งต้องไม่เกิน 25% และทุกครั้งที่จะปรับเปลี่ยนอัตราค่าโดยสารผู้ประกอบการเรือโดยสารจำเป็นต้องขออนุมัติจากกรม” นายชลอ กล่าว

ด้านน.ท.ปริญญา รักวาทิน อุปนายกสมาคมเรือไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาสมาคมเสนอให้ปรับขึ้นค่าโดยสาร 2 บาท แต่เมื่อคณะกรรมการฯอนุมัติเพียง 1 บาท ก็ต้องยอมรับ เพราะดีกว่าไม่ได้ปรับขึ้นค่าโดยสารเลย โดยอัตราค่าโดยสารใหม่นี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการเรือด่วนเจ้าพระยาวันละประมาณ 30,000 บาท ขณะที่มีค่าใช้จ่ายจากราคาน้ำมันวันละ 70,000 บาท ซึ่งไม่ได้ทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้น

“ตามข้อตกลงเดิมกรมจะต้องพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารตั้งแต่เดือนมิ.ย.2552 แต่จนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 10 เดือนแล้ว จึงให้มีการปรับขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระในช่วงเวลาดังกล่าวมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท” น.ท.ปริญญา กล่าว

ด้านนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม กล่าวว่า ในการดูแลความปลอดภัยทางเรือในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตนได้สั่งการให้กรมเจ้าท่ากำชับให้ผู้ประกอบการเดินเรือทั่วประเทศ รวมทั้งเรือท่องเที่ยว เข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย เพื่อเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่ประกาศให้ปี 53 เป็นปีแห่งความปลอดภัย โดยเจ้าหน้าที่ท่าเรือทุกท่า ต้องติดป้ายประกาศน้ำหนักที่ท่าเรือ (โป๊ะ) รับได้ให้ชัดเจน และห้ามรับเรือโดยสารบรรทุกผู้โดยสารน้ำหนักเกินความกว่าเรือจะบรรทุกได้ รวมทั้งห้ามคนขับและนายท้ายเรือดื่มสุรา ขณะเดียวกันต้องตรวจสอบสภาพความพร้อมของเรือให้แข็งแรง รวมทั้งเรือทุกลำต้องมีชูชีพให้ผู้โดยสารสวมใส่

นอกจากนี้ กรมเจ้าท่าได้จัดเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยบริเวณต่างๆ ในแม่น้ำ และมีอาสาสมัคร “อาสาวารี “ซึ่งมีอาสาสมัครทั่วประเทศกว่า 1,000 คน ช่วยดูแลความปลอดภัยทางน้ำด้วย ซึ่งหากพบว่า ผู้ประกอบรายใด ไม่ปฏิบัติตามนโยบาย เช่น ปล่อยคนขับเรือดื่มแอลกอฮอล์ หรือไม่ตรวจสอบสภาพเรือให้ความมีความแข็งแรง จะให้กรมเจ้าท่า พิจารณาลงโทษต่อไป ส่วนมาตรการในการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง หากมีความต้องการเดินทางกลับภูมิลำเนาทางเรือนั้น นโยบายกระทรวงคมนาคชัดเจนว่า ต้องดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสารทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน