posttoday
ทันสถาการณ์

ทันสถาการณ์

19 กุมภาพันธ์ 2556

ไทยออสซี่เปิดประชุมโคเด็กซ์โลก

ไทยออสซี่เปิดประชุมโคเด็กซ์โลก

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยและออสเตรเลียร่วมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมคณะกรรมการโคเด็กซ์ สาขาระบบการตรวจสอบและการออกใบรับรองสินค้าอาหารนำเข้าและส่งออก (Codex Committee on Food Import and Export Inspection and Certification Systems หรือ CCFICS) ครั้งที่ 20 ในระหว่างวันที่ 1822 ก.พ. 2556 นี้ ที่ จ.เชียงใหม่ โดยมีตัวแทนประเทศสมาชิกโคเด็กซ์ รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศ และองค์กรอิสระต่างๆ เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 230 คนจาก 57 ประเทศ

การประชุมดังกล่าวเพื่อส่งเสริมและพัฒนาขีดความสามารถการจัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ต่อการส่งออกของไทยและประเทศสมาชิกโคเด็กซ์ ขณะเดียวกันยังเป็นการสร้างความร่วมมือในการพัฒนาด้านความปลอดภัยของสินค้าอาหารที่นำเข้าและส่งออก อาทิ หลักการและแนวทางปฏิบัติระบบควบคุมอาหารในประเทศ ปรับปรุงแนวทางปฏิบัติสำหรับการควบคุมอาหารในภาวะฉุกเฉิน ทั้งนี้ การหารือดังกล่าวจะนำมาสู่การแก้ไขระเบียบการส่งออกนำเข้าสินค้าที่เป็นการกีดกันที่ไม่ใช่ภาษีโดยมีตัวแทนประเทศสมาชิก Codex รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศ และองค์กรอิสระต่างๆ เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 230 คนจาก 57 ประเทศการประชุม CCFICS ครั้งนี้ มีประเด็นพิจารณา 4 ประเด็น ได้แก่ 1.หลักการและแนวทางปฏิบัติสำหรับระบบควบคุมอาหารภายในประเทศ 2.การประเมินประสิทธิภาพของระบบควบคุมอาหารของประเทศตนเองและประเทศคู่ค้า 3.การปรับปรุงแนวทางปฏิบัติสำหรับการควบคุมอาหารในภาวะฉุกเฉินและการส่งคืนอาหารที่นำเข้า ครอบคลุมถึงอาหารสัตว์ และ4.ปัญหาที่ประเทศผู้ส่งออกกำลังประสบเนื่องจากความซ้ำซ้อนของแบบสอบถามจากประเทศผู้นำเข้า ซึ่งควรเป็นคำถามเฉพาะการผลิตที่มีความปลอดภัยเท่านั้น ทั้งการหารือดังกล่าวจะนำมาสู่การแก้ไขระเบียบการส่งออกนำเข้าสินค้าที่เป็นการกีดดั้นที่ไม่ใช่ภาษี

ชิงดำไฮสปีดเทรน ก.ย.นี้

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า สนข.ได้ทยอยเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในแต่ละพื้นที่ที่รถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) วิ่งผ่าน ที่ผ่านมาได้เริ่มรับฟังความคิดเห็นในเส้นทางกรุงเทพฯเชียงใหม่ และกรุงเทพฯนครราชสีมาแล้ว โดยเส้นทางกรุงเทพฯหัวหิน เป็นเส้นทางที่ 3 ที่เริ่มเปิดรับฟังความคิดเห็น โดยทั้ง 3 เส้นทางจะรับฟังความคิดเห็นแล้วเสร็จในเดือน พ.ค.นี้ หลังจากนั้นจะเสนอรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และเปิดประกวดราคาระบบและขบวนรถประมาณเดือน ส.ค.ก.ย. พร้อมเปิดให้บริการปี 2561

ทั้งนี้ ไฮสปีดเทรนเส้นทางกรุงเทพฯหัวหิน มีระยะทาง 225 กม. วิ่งด้วยความเร็วเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 250 กม.ต่อ ชม. ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม. จากปัจจุบัน 3 ชม. สามารถขนส่งผู้โดยสารได้ 1,000 คนต่อเที่ยว โดยแนวเส้นทางจะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ รถไฟฟ้า 10 สาย และไฮสปีดเทรนในเส้นทางอื่นๆ ที่สถานีกลางบางซื่อ

สำหรับเส้นทางกรุงเทพฯพัทยาระยอง การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จะเป็นผู้ดำเนินการเอง เพราะเป็นส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต ลิงค์ ขณะนี้คงอยู่ระหว่างเตรียมเดินหน้าโครงการ

ชะลอซื้อน้ำมันปาล์มดิบ

“บุญทรง” สั่งชะลอซื้อน้ำมันปาล์มดิบ 5 หมื่นตันรอบสอง หลังราคาปาล์มดิบทะลุเกิน 4 บาท/กก. พร้อมสั่งปรับแผนระบายใหม่

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อบริหารจัดการปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มด้านการตลาด มีมติให้ชะลอรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากโรงสกัดรอบสอง 5 หมื่นตัน ในราคากิโลกรัม (กก.) ละ 25 บาท รวมวงเงิน 1,380 ล้านบาทไว้ก่อน เนื่องจากราคาผลปาล์มดิบในตลาดปรับตัวสูงขึ้นเกินกว่า กก.ละ 4 บาท หรือเฉลี่ยมาอยู่ที่ กก.ละ 4.10-4.30 บาท ดังนั้นจึงต้องหยุดรับซื้อ เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งซื้อกับภาคเอกชน

ทั้งนี้ แม้จะมีการชะลอซื้อน้ำมันปาล์มดิบ 5 หมื่นตันรอบสอง แต่ยังไม่ได้ยกเลิกโครงการรับซื้อ โดยจะประเมินสถานการณ์ราคาผลปาล์มดิบอีก 1 เดือนข้างหน้า หากราคาผลปาล์มดิบในตลาดลดต่ำกว่า กก.ละ 4 บาท ก็ก็สามารถรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบในตลาด เพื่อพยุงราคาได้ทันที โดยไม่ต้องขอมติจากคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) อีก

สำหรับการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบรอบแรก 5 หมื่นตัน ขณะนี้รับซื้อได้ประมาณ 3.6 หมื่นตัน โดยใช้วงเงินในราคารับซื้อ 250 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถรับซื้อได้ครบปริมาณที่กำหนดในเร็วๆนี้ อย่างไรก็ตามคณะอนุกรรมการฯได้ขอให้กรมการค้าภายใน ในฐาะนฝ่ายเลขานุการฯไปจัดทำแผนการระบายน้ำมันปาล์มดิบ 5 หมื่นตันรอบแรกใหม่ เนื่องจากมีการปรับแผนการรับซื้อน้ำมันปาล์มรอบสอง และนำมาเสนอคณะอนุกรรมการฯพิจารณาในการประชุมครั้งหน้า

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า แผนการระบายน้ำมันปาล์มดิบ ซึ่งเป็นแผนเดิมที่จะรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ 2 รอบ รวม 1 แสนตันนั้น มีทั้งหมด 4 แนวทาง ได้แก่ 1. บรรจุทำน้ำมันปาล์มขวดขายเดือนละ 1 หมื่นตัน เป็นระยะเวลา 6 เดือน 2. นำมาผลิตไบโอดีเซล 1 หมื่นตัน 3.นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในอุตสาหกรรมเกี่ยวข้อง 1 หมื่นตัน และ4.ส่งออกต่างประเทศ 2 หมื่นตัน

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน