
ยูไนเต็ดส์ฟูดส์ปักธงพร้อมรบสแน็กเออีซี
ยูไนเต็ดฟูดส์บุกสแนกอาเซียนเท200ล้านบาทเข็นตลาดคึกคัก
ยูไนเต็ดฟูดส์บุกสแนกอาเซียนเท200ล้านบาทเข็นตลาดคึกคัก
ยูไนเต็ดฟูดส์ สยายปีกลุยอาเซียน หวังดันรายได้รวมแตะ 2,000 ล้านบาทปีหน้า พร้อมเทงบ 200 ล้านบาท ปลุกตลาดขนมขบเคี้ยว
นางสาวอจลา สุทธิสัมพัทน์ กรรมการ บริษัท ยูไนเต็ดฟูดส์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเวเฟอร์เซียงไฮ เปิดเผยว่า ในปี 2557 บริษัทตั้งเป้ารุกขยายตลาดอาเซียนอย่างจริงจัง เพื่อสร้างแบรนด์ไทยก่อนที่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะเปิดในปี 2558 โดยจะเข้าไปทำตลาดพม่า เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ผ่านตัวแทนจำหน่ายมากขึ้น
ทั้งนี้ ในปี 2555 ที่ผ่านมา บริษัทได้ทุ่มงบ 500 ล้านบาท สร้างโรงงานแห่งที่ 2 ขึ้น ที่บางพลี คาดแล้วเสร็จภายในปีนี้ โดยเพิ่มกำลังผลิต 30% เพื่อรองรับแผนการขยายตลาดต่างประเทศ โดยตั้งเป้าให้แบรนด์สินค้า อาทิ เซียงไฮ ยูไนเต็ด อัลมอนด์ เป็นที่รู้จักในอาเซียนมากขึ้นซึ่งโรงงานดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ ขณะนี้เริ่มผลิตเยลลี่แล้วบางส่วน
นอกจากนี้ ล่าสุดได้ทุ่มงบ 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เพื่อกระตุ้นตลาดขนมขบเคี้ยวกว่า 1 หมื่นล้านบาทให้เติบโต หลังจากปีที่ผ่านมาตลาดไม่เติบโต เนื่องจากผู้บริโภคระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย โดยตลาดช็อกโกแลต มูลค่า 3,500-4,000 ล้านบาท เป็นตลาดที่เติบโตสูงถึง 10% และยอดขายบริษัทโต 40%
ขณะที่นโยบายในปีนี้ จะเน้นการออกสินค้าใหม่ๆ ทั้งกลุ่มเวเฟอร์ และช็อกโกแลต เริ่มจากไตรมาสแรกทุ่มงบ 60 ล้านบาท รุกตลาดช็อกโกแลต ยูไนเต็ด อัลมอนด์ โดยมี คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ เป็นพรีเซนเตอร์ ตั้งเป้ายอดขาย 600 ล้านบาท มีส่วนแบ่งมากกว่า 10%
“กลยุทธ์การทำตลาดของบริษัทแตกต่างกันไป สำหรับสินค้าที่กลุ่มเป้าหมายเป็นคนรุ่นใหม่ อาทิ แบรนด์แก็ป บิสกิต นำเฟย์ ฟาง แก้ว มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพราะช่วยสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ ดูมีสไตล์ และทำให้โพซิชั่นนิ่งของแบรนด์ชัดเจนยิ่งขึ้น” นางสาวอจลา กล่าว
สำหรับปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 10-20% จากในปีที่ผ่านมามีรายได้ 1,600 ล้านบาท และไม่มีการเติบโต เนื่องจากหยุดผลิตสินค้าบางรายการ จากการโยกฐานการผลิตจากโรงงานพระราม 2 ไปที่บางพลี ซึ่งการรุกตลาดอาเซียนในปีหน้า จะผลักดันรายได้แตะ 2,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนรายได้จากการส่งออก 15-20%







