
เตือนซื้อประกันให้ดอกสูง
หวั่นลูกค้าไม่รอบคอบอาจเสียประโยชน์ยุคดอกเบี้ยขาลงได้ผลตอบแทนไม่ตามเป้า
หวั่นลูกค้าไม่รอบคอบอาจเสียประโยชน์ยุคดอกเบี้ยขาลงได้ผลตอบแทนไม่ตามเป้า
เผยกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ให้ผลตอบแทนสูง เป็นแค่เทคนิคจูงใจ ลูกค้าต้องดูให้ดี
แหล่งข่าวจากบริษัทประกันชีวิต เปิดเผยว่า ทิศทางอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง ซึ่งจะทำให้บริษัทประกันชีวิตที่มีการเสนอผลตอบแทนตามกรมธรรม์สูงๆ ต้องปรับอัตราดอกเบี้ยให้สอดคล้องกับภาวะตลาด เพราะผลตอบแทนจากการลงทุนจะลดลงด้วย และจะกระทบกับการหาเงินไปคืนลูกค้าตามสัญญากรมธรรม์
ทั้งนี้ บริษัทประกันชีวิตขนาดใหญ่ไม่มีใครเสนอผลตอบแทนสูงกว่าตลาด ที่ดอกเบี้ยเงินฝากประจำได้ประมาณ 2% เพราะกรมธรรม์อายุยาว 20-30 ปี หากค้ำประกันผลตอบแทนสูงกว่าตลาด ก็ไม่สามารถอยู่ได้หรืออาจขาดทุน ทำให้ต้องจำกัดจำนวนกรมธรรม์ระยะสั้น
นอกจากนี้ การที่มีบริษัทประกันชีวิตประกาศว่าให้ผลตอบแทน 4% คำว่า 4% นั้น อ้างอิงจากทุนประกันภัย ไม่ใช่จากเบี้ยประกันภัยที่จ่าย ซึ่งกรมธรรม์ที่จ่ายอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าตลาด ทุนประกันภัยจะเกือบเท่ากับเบี้ยประกันที่จ่าย
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ถ้าทุนประกันภัยหรือวงเงินความคุ้มครอง 5 หมื่นบาท เบี้ยที่จ่ายอาจประมาณ 4.55 หมื่นบาท และคำว่า 4% คือ 4% จากทุน 5 หมื่นบาท แต่กรมธรรม์นี้ต้องชำระเบี้ย 2 ปี หรือ 3 ปี พอปีที่ 2 จ่ายเบี้ยรวม 1 แสนบาท แต่ดอกเบี้ยที่ได้คำนวณจากทุน 5 หมื่นบาท ทำให้ปีที่ 2 ลูกค้าได้รับผลตอบแทนลดลงครึ่งหนึ่งของ 4% และปีที่ 3 จ่ายอีก 5 หมื่นบาท รวมเบี้ย 1.5 แสนบาท แต่ลูกค้าได้รับผลตอบแทนจากทุนประกันปีแรก
“บริษัทประกันไม่ได้หลอกหรือแหกตา เพราะกรมธรรม์เขียนไว้ชัดเจน 4% หรือ 5% จากทุนประกัน แต่ลูกค้าชินกับการคิดดอกเบี้ยจากเงินฝาก แต่ถ้าจ่ายเบี้ยครั้งเดียวได้แน่ 4% หรือ 5%” แหล่งข่าวเปิดเผย
นางนุสรา บัญญัติปิยพจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต กล่าวว่า การขายกรมธรรม์ชำระเบี้ยระยะสั้น จะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเบี้ยต่ออายุในปีต่อไป ซึ่งจะทำให้ตัวแทนต้องทำงานให้หนักขึ้น







