posttoday
ห่วงฟองสบู่ร้องรัฐร่วมมือสกัดทุนนอก

ห่วงฟองสบู่ร้องรัฐร่วมมือสกัดทุนนอก

17 กุมภาพันธ์ 2556

ปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าจากภาวะเงินทุนต่างประเทศไหลเข้า ที่บานปลายจนเกิดความขัดแย้งระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

ปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าจากภาวะเงินทุนต่างประเทศไหลเข้า ที่บานปลายจนเกิดความขัดแย้งระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

กับกระทรวงการคลัง ที่มีความเห็นที่ต่างกันในเรื่องนโยบายดอกเบี้ย ได้ขยายวงออกไปกระทบทั้งในตลาดหุ้น ตลาดตราสารหนี้ที่เฟื่องฟูร้อนแรงจนภาคเอกชนออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐร่วมมือกันแก้ปัญหา

ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส ออกมาเรียกร้องให้กระทรวงการคลัง ธปท. และธนาคารพาณิชย์ ร่วมมือกันหาทางแตะเบรกเงินทุนต่างชาติไหลเข้า เพราะเริ่มเกิดฟองสบู่ในหลายธุรกิจ โดยตลาดพันธบัตรมีเงินไหลเข้าถึง 1.4 แสนล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เข้ามาซื้อลงทุนพันธบัตรระยะสั้น ขณะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของไทย ก็ดีดตัวสูงขึ้นมาจากปลายปีที่ผ่านมาถึง 134.81 จุด หรือ 9.68% และยังทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์แพงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จึงอยากให้คิดถึงมาตรการควบคุมสินเชื่อ หรือเพิ่มการสำรองหนี้ของธนาคารพาณิชย์รองรับหากมีหนี้เสีย

อย่างไรก็ตาม มาตรการที่ออกมาสกัดฟองสบู่ควรเป็นเพียงการแตะเบรก ไม่ใช่ออกมาตรการมาควบคุมเงินไหลเข้า ที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติถึงกับขยาดเหมือนเมื่อปี 2549 และไม่ได้เรียกร้องให้ต้องเพิ่มหรือลดดอกเบี้ยนโยบาย แต่รัฐควรมีมาตรการอื่นเข้ามาควบคุมควบคู่กันไปด้วย

ห่วงฟองสบู่ร้องรัฐร่วมมือสกัดทุนนอก

 

ขณะที่ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวยืนยันว่า ดอกเบี้ยเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เงินทุนไหลเข้าแต่ไม่ใช่ทั้งหมด เนื่องจากเงินทุนจะไหลเข้ามาหรือไม่ มักดูจากความเสี่ยงประเทศ ความเสี่ยงด้านนโยบายหรือกฎเกณฑ์ ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงจากสภาพคล่อง ผลตอบแทน เห็นได้จากกรณีกรีซผลตอบแทนดอกเบี้ยพันธบัตรสูงถึง 30% แต่ไม่มีคนซื้อ

สำหรับการแก้ไขปัญหาเงินทุนเคลื่อนย้ายและดูแลภาวะฟองสบู่จะใช้อัตราดอกเบี้ยเพื่อแก้ไขหรือไม่ อยู่ที่ความเห็นของคณะกรรมการนโยบายการนโยบายเงิน (กนง.) ทั้ง 7 คน จะให้น้ำหนักในแต่ละประเด็นอย่างไร ซึ่งมีเห็นต่างกันได้

‘ไอแบงก์’ ปั่นป่วนหนัก

ความเสียหายของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ยังวุ่นไม่เลิก ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารไอแบงก์ มีมติตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการระงับการปล่อยกู้แก่ลูกค้าเก่าจนทำให้ลูกค้าดีกลายเป็นหนี้เสียจำนวนมาก

ทั้งนี้ ข้อมูลที่กระทรวงการคลังได้รับ พบว่ามีลูกหนี้เก่าที่เป็นลูกหนี้ดีกำลังขาดสภาพคล่อง เพราะธนาคารไม่อนุมัติสินเชื่อหมุนเวียนให้ ส่งผลให้มีลูกหนี้ปกติกลายเป็นลูกหนี้ค้างชำระเกิน 13 เดือนเพิ่มขึ้นเป็น 1.7 หมื่นล้านบาท ในเดือน ธ.ค. 2555 ล่าสุดในเดือน ม.ค. เพิ่มเป็น 2.7 หมื่นล้านบาท นี่อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หนี้เสียเพิ่มขึ้นจาก 2.43 หมื่นล้านบาท ในปัจจุบัน เป็น 5.13 หมื่นล้านบาท ได้ หากธนาคารยังคงชะลอการอนุมัติสินเชื่อให้ลูกค้า ขณะที่พบว่าเงินฝากก็หายไปร่วม 1.4 หมื่นล้านบาท เข้าไปแล้ว

นายธานินทร์ อังสุวรังษี ผู้จัดการธนาคารไอแบงก์ ยอมรับว่า ได้เร่งแก้เรื่องการอนุมัติสินเชื่อและหนี้ตกชั้นแล้ว โดยหนี้ตกชั้นพบว่ามีรายย่อย 1 หมื่นราย เป็นหนี้ 3,000 ล้านบาท เพราะไม่ได้รับสินเชื่อเมื่อตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่มีความจงใจซุกให้เป็นหนี้เน่าเพิ่มมากๆจึงสั่งย้ายพนักงานแล้ว

ขณะที่แนวทางการแก้ปัญหาหนี้เสียและฟื้นฟูธนาคารรัฐทั้งสองแห่งนั้น กระทรวงการคลังในฐานะผู้กำกับดูแลธนาคารรัฐให้เวลาธนาคารทั้งสองแห่งฟื้นฟูตัวเองจนถึงเดือน มิ.ย. 2556 ก่อนที่จะตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน