posttoday
ผู้นำหญิงอุษาคเนย์กับการเมืองเพศสภาพ

ผู้นำหญิงอุษาคเนย์กับการเมืองเพศสภาพ

15 กุมภาพันธ์ 2556

โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร

โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร

การเมืองเรื่องเพศสภาพระหว่างชายหญิงในอุษาคเนย์เกิดขึ้นมาตั้งแต่อดีต ไม่เพียงแต่ในกลุ่มคนทั่วไป หากยังสะท้อนผ่านชนชั้นปกครอง ซึ่งผู้นำหญิงมักถูกตั้งคำถามและเผชิญแรงเสียดทานมากกว่าผู้ชาย

มรกตวงศ์ ภูมิพลับ อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ตั้งข้อสังเกตในชั้นเรียน ซึ่งเชิญวิทยากรมาบรรยายหัวข้อ “ผู้นำหญิงในอุษาคเนย์” ว่า ผู้หญิงเคยเป็นใหญ่ในสังคมอุษาคเนย์มาตั้งแต่ดั้งเดิม ทั้งจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บ่งชี้ว่ามีผู้หญิงเป็นหัวหน้าชนเผ่า แต่บทบาทของผู้หญิงถูกลดทอนลงตั้งแต่อินเดียและจีนเข้ามามีบทบาทในภูมิภาคนี้ เห็นได้จากการสถาปนาผู้ชายเป็นเทวราชา หรือปัจจัยทางชีวภาพที่จำกัดให้ผู้หญิงเป็นแม่บ้าน เลี้ยงลูก ขณะที่การใช้วัดเป็นที่เล่าเรียนก็เปิดที่ให้ผู้ชายมากกว่า เป็นการลิดรอนโดยใช้เพศสภาพมาตัดสิน

พอถึงศตวรรษที่ 2021 ผู้หญิงในอุษาคเนย์มีบทบาทอีกครั้ง โดยมีลักษณะร่วม คือ มีรากฐานจากครอบครัวนักการเมือง ซึ่งก็รวมถึงผู้ชายด้วย แต่น่าสังเกตตรงที่ผู้นำหญิงมักจะมาในตอนที่สังคมมีความขัดแย้ง หรือสังคมไร้ความหวัง พวกเธอมาเป็นความหวัง หรือขัดตาทัพ ก่อนที่ผู้ชายจะกลับมา สุภัตรา ภูมิประภาส บรรณาธิการเว็บไซต์มีเดียอินไซด์ เอ้าท์ ว่า เมื่อเหลียวมองผู้นำหญิงในอุษาคเนย์จากอดีตถึงปัจจุบัน ทุกคนล้วนมาจากตระกูลผู้มีอำนาจทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นนางคอราซอน อาคิโน ผู้นำหญิงคนแรกของฟิลิปปินส์ นางอองซานซูจี ผู้นำฝ่ายค้านเมียนมาร์ นางกลอเรีย อาร์โรโย อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ นางเมกาวาตี ซูการ์โนบุตรี อดีตประธานาธิบดีอินโดนีเซีย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย และ นางวัน อาซีซะฮ์ วัน อิสมาอีล นักการเมืองผู้รักษาฐานอำนาจให้สามีอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำพรรคฝ่ายค้านมาเลเซีย

ผู้นำหญิงในอุษาคเนย์แทบทุกคนก้าวขึ้นสู่อำนาจหลังคราบน้ำตา จากการสูญเสียคนในครอบครัวพวกเธอไม่ได้มีภูมิหลังด้านการเมืองมาก่อน เป็นคุณหนูที่เติบโตมาอย่างสุขสบาย แต่สุดท้ายก็ต้องเดินเข้าสู่แวดวงการเมืองในฐานะทายาททางการเมืองของวีรบุรุษที่แบกความหวังของประชาชนเอาไว้ เป็นการใช้บารมีของพ่อ พี่ชาย หรือสามี ในการก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำทางการเมือง

ความสามารถของผู้นำหญิงเหล่านี้มักถูกบดบังจากการเมืองเรื่องเพศสภาพ ตั้งแต่เรื่องการแต่งกาย การใช้สินค้าแบรนด์เนม ชีวิตส่วนตัว ความเป็นเมียและแม่ ในขณะที่ผู้ชายไม่ถูกตั้งคำถามถึงสิ่งเหล่านี้ เวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญในการพิสูจน์ผลงานของผู้นำหญิง รวมถึงสะท้อนจุดด่างพร้อยของพวกเธอ

อย่างกรณีนางซูจีก็ต้องใช้เวลากว่า 20 ปีในการบ่มเพาะความแข็งแกร่ง เช่นเดียวกับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ที่ถูกมองว่าเป็นนอมินีของพี่ชาย ซึ่งเธอก็ต้องพิสูจน์ตัวเองต่อไป

หากตัดเรื่องภูมิหลังที่มีบารมีคนในครอบครัวคอยหนุน ผลงานของผู้นำหญิงในอุษาคเนย์ไม่ได้โดดเด่นนัก อย่างนางคอราซอนก็ทำได้ในแง่สร้างความหวังเรื่องประชาธิปไตย เช่นเดียวกับนางซูจีที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมานาน และเพิ่งได้ก้าวสู่เส้นทางการเมืองในวัยใกล้ 70 ปี จึงยังไม่เห็นผลงานที่ชัดเจน ส่วนนางเมกาวาตีทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพไม่เกิดรัฐประหาร แต่ไม่ได้แก้ปัญหา

แม้สังคมปัจจุบันจะเปิดที่ทางให้ผู้หญิงมากขึ้น แต่ก็ยังเป็นเรื่องยากที่ผู้หญิงจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้วยตัวเอง โดยไม่มีใครเกื้อหนุน กระทั่งผู้ชายเองก็เป็นเรื่องยาก ส่วนใหญ่ก็เป็นทายาทนักการเมืองทั้งนั้น

แต่ก็เริ่มเห็นสัญญาณแห่งความหวังจากกรณีของ น.ส.จูเลีย กิลลาร์ด นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ที่ไต่เต้าขึ้นมาสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศ ทั้งที่มาจากครอบครัวคนธรรมดา โดยเธอเรียนด้านกฎหมาย เป็นนักกิจกรรม และทำงานการเมืองมานานนับ 2 ทศวรรษ

น่าสนใจว่า ความแตกต่างระหว่างผู้นำหญิงและชายยังคงสำคัญหรือไม่ในสังคมทุกวันนี้ที่เพศสภาพมีมากกว่าชายและหญิง คุณภาพวัดกันที่เพศสภาพหรือเปล่า หรือเราควรมองที่ตัวตนของคนคนนั้น ไม่ว่าเขาจะเป็นชายจริง หญิงแท้ หรือเพศทางเลือก

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน