
‘เอ็มเพอเร่อร์’ บุกอาเซียน
ขยายตลาดสร้างบ้านหรูรับเปิดเออีซีผนึกคู่ค้าชิงปักธงลาวก่อนลุยพม่าต่อ
ขยายตลาดสร้างบ้านหรูรับเปิดเออีซีผนึกคู่ค้าชิงปักธงลาวก่อนลุยพม่าต่อ
ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ สยายปีกตลาดรับสร้างบ้านหรูอาเซียน ประเดิมที่ลาว พร้อมศึกษาตลาดพม่า
นายสุรัตน์ชัย กึงฮะกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทมีความพร้อมที่จะขยายตลาดรับสร้างบ้านไปในประเทศกลุ่มอาเซียน โดยจะเริ่มต้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน (สปป.) ลาว เป็นแห่งแรก
นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ที่ประเทศพม่าด้วยเช่นกัน โดยเห็นว่าทั้งสองประเทศอยู่ใกล้ไทย และมีเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่อง ทำให้คนในประเทศมีรายได้สูงขึ้น และมีความต้องการยกระดับการอยู่อาศัยให้ภูมิฐานขึ้น
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เข้าไปทำตลาดที่ สปป.ลาว มาก่อนหน้านี้แล้ว โดยมีผู้สนใจให้เข้าไปสร้างบ้านหรูที่เวียงจันทน์ 2 ราย มูลค่าประมาณ 70-80 ล้านบาท แต่ด้วยข้อจำกัดจึงเสนอขายแบบบ้านเพียงอย่างเดียวก่อนมูลค่า 5-10 ล้านบาท พร้อมเสนอตกแต่งอีก 6 ล้านบาท
ขณะที่แผนการทำตลาดหลังจากนี้ บริษัทได้ร่วมทุนกับบริษัท อินทรี กรุ๊ป ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการก่อสร้างใน สปป. ลาว จัดตั้งบริษัทใหม่ชื่อ บริษัท ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ (สปป.ลาว) เพื่อลุยตลาดรับสร้างบ้านหรูในเมืองเวียงจันทน์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาสัดส่วนการลงทุน
ปัจจุบันพบว่ามีเศรษฐีลาวจำนวนมากที่นิยมสร้างบ้านหรู แต่ยังไม่มีบริษัทใดทำตลาดอย่างจริงจัง จึงถือเป็นโอกาสที่ดีที่บริษัทเข้าไปทำตลาด ซึ่งที่ผ่านมาคนลาวรู้จัก ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ จากละครไทยหลายเรื่องที่ใช้บ้านของลูกค้าที่บริษัทเป็นผู้สร้างให้
ด้านนายมโนธรรม เพชรศิริแสง รองกรรมการบริษัท อินทรี กรุ๊ป กล่าวว่า บริษัทรับสร้างบ้านในลาวยังมีไม่ถึง 10 บริษัท และส่วนใหญ่เน้นรับสร้างบ้านระดับราคา 58 ล้านบาทเป็นหลัก จึงมั่นใจว่าการร่วมทุนกับ ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ จะเป็นโอกาสที่ดีในการขยายตลาดลูกค้าระดับบน โดยตั้งเป้ารายได้ปีแรกอยู่ที่ 45 หลัง รวมมูลค่า 100 ล้านบาท ขณะนี้มีผู้สนใจติดต่อมาแล้ว 23 ราย
นายสุรัตน์ชัย กล่าวอีกว่า ในปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้รวม 303 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าไป 10% เนื่องจากปัญหาขาดแคลนแรงงาน สำหรับในปี 2556 บริษัทตั้งเป้ารายได้ในประเทศไว้ 340 ล้านบาท รวมกับเป้ารายได้ที่ สปป.ลาว อีก 100 ล้านบาท เป็น 440 ล้านบาท







