
คุมเข้มสวมสิทธิ์ทุจริตโครงการยาง
รมช.เกษตรฯคุมเข้มโครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง กำชับผู้ว่าฯ56จังหวัดสกัดการสวมสิทธิ์ในโกดังและการทุจริตทุกขั้นตอน
รมช.เกษตรฯคุมเข้มโครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง กำชับผู้ว่าฯ56จังหวัดสกัดการสวมสิทธิ์ในโกดังและการทุจริตทุกขั้นตอน
นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด 56 จังหวัดที่มีสถาบันเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดและประธานเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางระดับจังหวัด เร่ตรวจสอบปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง โดยเฉพาะปัญหาการสวมสิทธิ์ในโกดังสำหรับเก็บรักษาสต็อกยางที่มีไม่เพียงพอ เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงแก้ไขให้โครงการมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับแนวทางบริหารจัดการเงินก้อนที่ 2 ภายใต้วงเงิน 5,000 ล้านบาทซึ่งได้รับโอนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) นั้น ได้กำชับและสั่งการให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัดคอยสอดส่องการดำเนินงานทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งทำความเข้าใจและชี้แจงเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯด้วยว่าการดำเนินการใดๆ ก็ตามจะไม่มีการเรียกเก็บเงินทั้งสิ้นจากสถาบันเกษตรกรหรือชาวสวนยาง หากพบการทุจริตให้ส่งหลักฐานถึงกระทรวงเกษตรฯทันทีเพื่อตรวจสอบและดำเนินการขั้นเด็ดขาด
ส่วนแผนการรับซื้อยางจากสถาบันเกษตรกรตามหลักเกณฑ์ใหม่ ที่ต้องเป็นเกษตรกรรายย่อยที่กรีดยางได้วันละ 2 กก.ต่อไร่ไม่เกิน 17 วันต่อเดือน และมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ไร่ต่อราย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม- 31 มีนาคม 2556 โดยปริมาณรับซื้อรวม 1.7 แสนตัน มูลค่าการรับซื้อยางกว่า 17,000 ล้านบาท ซึ่งผลดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่มกราคม 2555 ถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 1 ปี สามารถดึงปริมาณยางจากตลาดภายในประเทศได้จำนวน 196,728.441 ตัน ประกอบกับรัฐบาลของผู้ผลิตยางทั้ง 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย กำหนดมาตรการเก็บสต๊อคยางและลดปริมาณการส่งออกยาง จึงส่งผลให้ราคายาง FOB กรุงเทพฯ สามารถทรงตัวอยู่ในระดับราคา 85-100 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้เกษตรกรขายยางให้กับโครงการในราคาสูงกว่าตลาดท้องถิ่นเฉลี่ย 15-20 บาทต่อกิโลกรัม







