posttoday
ปตท.ปรับแผนราคาก๊าซขาลง

ปตท.ปรับแผนราคาก๊าซขาลง

02 เมษายน 2553

 

 

โพสต์ทูเดย์ — ปตท. ทบทวนเอ็มโอยูซื้อขายแอลเอ็นจีจากกาตาร์ 1 ล้านตัน/ปี หลังราคาตลาดโลกอยู่ในช่วงขาลง

นายเติมชัย บุนนาค ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ วางแผนกลุ่มธุรกิจสำรวจและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. เปิดเผยถึงแผนจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ว่า ปตท.ได้พิจารณาทบทวนบันทึกข้อตกลงซื้อขายแอลเอ็นจีจากประเทศกาตาร์จำนวน 1 ล้านตันต่อปี ที่เคยลงนามไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากแนวโน้มราคาแอลเอ็นจีในปัจจุบันปรับตัวลดลงอย่างมาก และปริมาณในระบบก็มีมากขึ้น ควรมีการพิจารณาราคาซื้อขายให้เหมาะสม แต่ไม่ได้หมายความถึงขึ้นจะมีการยกเลิกข้อตกลงนี้ทั้งหมด หากไม่ได้ราคาตามที่ต้องการ

นอกจากนี้ สถานการณ์ดังกล่าวเป็นโอกาสดีที่จะเร่งหาแหล่งแอลเอ็นจีอื่นๆ เพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย เพราะถือว่าแนวโน้มตลาดเป็นของผู้ซื้อ จึงมีสิทธิต่อรองในเรื่องราคาซื้อได้มากกว่าช่วงที่ราคาในตลาดปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับอย่างน้อยจะต้องมีการนำเข้าแอลเอ็นจีในระยะสั้นก่อน เพื่อรองรับการทดสอบเดินเครื่องของสถานีรับจ่ายแอลเอ็นจีของ ปตท.ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ชลบุรี คาดว่าจะหาข้อสรุปแหล่งนำเข้าแอลเอ็นจีได้ในเดือน ก.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้สภาพตลาดแอลเอ็นจีเปลี่ยนไป โดยเฉพาะราคาซื้อขายปรับลดลงมาก เช่น ในตลาดสหรัฐอเมริกา ก่อนหน้านี้มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 78 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู แต่ปัจจุบันปรับลดลงมาเหลือ 2 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียูเท่านั้น ลดลงมากกว่า 50%

ดังนั้น การเจรจาซื้อขายแอลเอ็นจีระยะยาวจะต้องพิจารณาให้เกิดความเหมาะสมมากที่สุด แต่สำหรับการนำเข้ามาในระยะสั้นเพื่อทดสอบโรงแยกแอลเอ็นจีนั้นคงจะสรุปตัวเลขได้ชัดเจนในเดือน ก.ค.นี้ ซึ่งแหล่งแอลเอ็นจีที่น่าสนใจก็มีหลายประเทศให้เลือก หลังจากนั้นจะต้องเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ด้วย จึงจะตัดสินใจได้

นายเติมชัย กล่าวด้วยว่า ในส่วนนโยบายของกระทรวงพลังงานที่อาจจะหันมาใช้แอลเอ็นจีรองรับการผลิตไฟฟ้าใช้ในประเทศมากขึ้นหากไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้ตามแผนที่วางไว้นั้น เบื้องต้นได้แจ้งไปยังกระทรวงพลังงานแล้วว่า ปตท.พร้อมที่ดำเนินการให้ แต่จะต้องมีการกำหนดแผนการใช้ก๊าซให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 5 ปี เพื่อให้มีระยะเวลาในการบริหารจัดการปริมาณแอลเอ็นจีให้เพียงพอ โดยเฉพาะในเรื่องของการนำเข้า

ทั้งนี้ การจัดทำแผนกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 25532573 หรือแผนพีดีพี 2010 สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ของการใช้พลังงานและสภาพเศรษฐกิจ ซึ่งตามแผนพีดีพีฉบับใหม่กำหนดไว้จะลดสัดส่วนการใช้ก๊าซฯ ในการผลิตไฟฟ้าจาก 70% เหลือ 40% แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องคงสัดส่วนไว้เพื่อรักษาความมั่นคงของพลังงาน ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของภาครัฐ

สำหรับการก่อสร้างสถานีรับจ่ายแอลเอ็นจีจะแล้วเสร็จทั้งหมดในเดือน ก.ค. 2554 ซึ่งใช้เงินลงทุนในเฟสแรกประมาณ 3 หมื่นล้านบาท รองรับปริมาณนำเข้าแอลเอ็นจี 5 ล้านตัน/ปี โดยคาดว่าจะมีความต้องการใช้ก๊าซฯ เพิ่มขึ้น 12% ในระยะ 5 ปีข้างหน้า และในอนาคตมีแผนเพิ่มปริมาณนำเข้าเป็น 10 ล้านตัน/ปี

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน