
ก่อนหลัก3ลุยธุรกิจมีสิทธิโลด
วิจัยพบคนรุ่นใหม่เริ่มต้นทำธุรกิจก่อนอายุ 30 ปี มีสิทธิรุ่งมุ่งกลุ่มความงามอาหาร
วิจัยพบคนรุ่นใหม่เริ่มต้นทำธุรกิจก่อนอายุ 30 ปี มีสิทธิรุ่งมุ่งกลุ่มความงามอาหาร
สำนักพัฒนาผู้ประกอบการ แนะคนรุ่นใหม่เริ่มธุรกิจส่วนตัวก่อนอายุ 30ปี ‘กล้าเสี่ยงสำร็จสูง’ ชี้แนวโน้มธุรกิจของกินมีเอกลักษณ์ยังโตต่อเนื่อง
นางบุญเจือ วงษ์เกษม ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาผู้ประกอบการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากการเก็บข้อมูลของกรม ภายใต้โครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุระหว่าง 20-30 ปี และ 30-40 ปี หันมาสนใจประกอบอาชีพอิสระหรือมีกิจการเป็นของตัวเอง หรือคิดเป็นสัดส่วน 80-90% ของผู้สมัครในโครงการฯ ที่หันมาสนใจประกอบอาชีพอิสระหรือมีกิจการเป็นของตัวเองมากขึ้น
นอกจากนี้ พบว่าคนรุ่นใหม่ที่สนใจประกอบอาชีพส่วนตัวควรเริ่มต้นธุรกิจอายุไม่เกิน 30 ปี หรืออยู่ที่ 2425 ปี เพราะเป็นด้วยยังเป็นช่วงวัยทำงาน กล้าเสี่ยงลงทุน และตัดสินใจได้รวดเร็วมากกว่าคนอายุ 40 ปีขึ้นไป เพราะส่วนใหญ่มีครอบครัวหรือภาระด้านอื่นๆ ทำให้ตัดสินใจทางธุรกิจช้ากว่าคนรุ่นใหม่
สำหรับแนวโน้มธุรกิจที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจประกอบกิจการ ได้แก่ ด้านสุขภาพ ความงาม และกลุ่มธุรกิจอาหารประเภทต่างๆ ที่ต้องเป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์ หรือจับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะที่ชัดเจน ซึ่งจะทำให้เป็นธุรกิจที่มีผลกำไรตอบแทนสูง
อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจของสำนักพัฒนาผู้ประกอบการ พบว่าผู้ฝึกอบรมในโครงการที่สามารถต่อยอดความรู้ด้านต่างๆ พัฒนาไปประกอบธุรกิจส่วนตัวตามถนัดได้ มีสัดส่วนเพียง 30% ขณะที่อีก 70% ไม่สามารถเข้าสู่ธุรกิจได้จากหลายปัจจัย เช่น ไม่มีพื้นฐานทางธุรกิจ มีปัญหาด้านทุนหรือการเงิน บรรยากาศแวดล้อมในการเริ่มธุรกิจ หรือขาดประสบการณ์
ทั้งนี้จากการเก็บข้อมูลของกรมฯ ภายใต้โครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ หรือ เอ็นอีซี ในช่วง34ปีที่ผ่านมา พบว่ามีกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุระหว่าง2030ปี และ3040ปี คิดเป็นสัดส่วนกว่า 8090% ของผู้สมัครในโครงการฯ ที่หันมาสนใจประกอบอาชีพอิสระหรือมีกิจการเป็นของตัวเองมากขึ้น และคิดเป็นสัดส่วนราว30% ของผู้ฝึกอบรมโครงการฯที่สามารถต่อยอดความรู้ด้านต่างๆพัฒนาไปประกอบธุรกิจส่วนตัวตามถนัดได้
นางบุญเจือ กล่าวว่า ปัญหาของผู้ประกอบธุรกิจส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีดังนี้ คือ 1.ขาดความเข้าใจในการทำตลาด2.กระบวนการผลิต โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหม่ ที่มีทุนต่ำในการจัดซื้ออุปกรณ์หรือเครื่องมือการผลิต ทำให้ผลิตสินค้าได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ 3.ด้านบุคลากร ซึ่งหากเป็นธุรกิจขนาดไม่ใหญ่มากจะยังไม่มีปัญหา แต่เมื่อกิจการขยายตัวและต้องใช้แรงงานมากกว่า 50 คนขึ้นไป จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการเรื่องคนเป็นต้นส่วนปัญหาด้านทุนในขณะนี้ยังไม่มีมีมากนัก
สำหรับโครงการเอ็นอีซี ดำเนินการมา 11ปี พบว่ามีผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ 96,750 ราย ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ จำนวน 64,965 ราย และก่อตั้งธุรกิจหรือขยายธุรกิจจำนวน 14,548 ราย ทำให้มีเม็ดเงินการลงทุนในการจัดตั้งธุรกิจกว่า 23,298 ล้านบาท โดยในปีที่ผ่านมา มีการจัดอบรมทั้งสิ้น 3,537 ราย เกิดผู้ประกอบการใหม่ 1,163 ราย มีเงินลงทุนจำนวน 1,330.87 ล้านบาท โดยในปี2556 นี้วางเป้ามีผู้เข้าอบรมโครงการราว 3,500 รายเช่นกัน







