posttoday
นครหลวงไทยคาดทุนต่างชาติหนุนหุ้นไทยพุ่งต่อ

นครหลวงไทยคาดทุนต่างชาติหนุนหุ้นไทยพุ่งต่อ

01 เมษายน 2553

นักวิเคราะห์ประเมินตลาดหุ้นเดือนเม.ย.ยังพุ่งต่อเพราะเงินทุนไหลเข้าจากต่างชาติ

นักวิเคราะห์ประเมินตลาดหุ้นเดือนเม.ย.ยังพุ่งต่อเพราะเงินทุนไหลเข้าจากต่างชาติ

สถาบันวิจัยนครหลวงไทย( SCRI )ประเมินว่าตลาดหุ้นในเดือนเมษายน 2553 จะมีเสถียรภาพมากขึ้น จากปัจจัยด้านพื้นฐาน / เศรษฐกิจ / ผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนที่ฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีแนวโน้มที่นักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์จะปรับประมาณการตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ( GDP) และกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนในปี 2553 เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ปัจจัยในด้านเงินทุนต่างประเทศไหลเข้าที่คาดว่าจะต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสนับสนุนหุ้นที่มีทุนจดทะเบียนขนาดใหญ่ใน SET50 ซึ่งจะทำให้ดัชนีหุ้นไทย( SET Index )มีโอกาสปรับตัวขึ้นได้สูงสุดที่ระดับ 880 จุด

ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนในเดือนเมษายน 2553 จึงเน้นไปที่หุ้นที่มีมูลค่าตลาดสูง (Big Market Cap) สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าราคาหุ้นจะโดดเด่นในเดือน เมษายน 2553 ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ วัสดุก่อสร้าง ปิโตรเคมี และโรงกลั่น

อย่างไรก็ตามความเสี่ยงในเดือน เมษายน 2553 SCRI เน้นไปที่ความเสี่ยงที่เหนือความคาดหมายของตลาดฯ (Negative surprise) ซึ่งมีโอกาสส่งผลให้เกิดนักลงทุนต่างชาติขายทำกำไร โดยความเสี่ยงดังกล่าว ได้แก่ การที่ธนาคารกลางในเอเชียอาจมีนโยบายในการดูแลค่าเงินที่แข็งค่าขึ้นเกินไปจากเงินทุนไหลเข้า ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่อยู่ในการคาดการณ์ของตลาดฯแล้ว เช่น การที่จีนอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย คาดจะมีผลกระทบต่อตลาดฯไม่มากและจะเกิดขึ้นเพียงระยะสั้น

หุ้นที่แนะนำให้ลงทุนสูงสุด เดือนเมษายน 2553 SCRI แนะนำ “ซื้อ” บริษัทอาร์ซีแอล( RCL )(มูลค่าเหมาะสมก่อนเพิ่มทุน 15.10 บาท) และบริษัทปูนซิเมนต์ไทย( SCC )(มูลค่าเหมาะสม 290 บาท) หุ้น RCL จัดเป็นหุ้น ที่ฟื้นตัว โดยได้รับอานิสงค์ของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย ส่วน SCC นั้นจัดเป็นหุ้นคุณค่า(Value Stock)ซึ่ง SCRI ประเมินว่าผลการดำเนินงานครึ่งแรกปีนี้ จะเติบโตโดดเด่น โดยเฉพาะจากสายธุรกิจปิโตรเคมี

ขณะที่บล.ไทยพาณิชย์วิเคราะห์ว่า แนวโน้มตลาด 1 เดือนข้างหน้า — เม็ดเงินต่างชาติจะช่วยพยุงตลาดท่ามกลางความกังวลทางการเมืองโดยคาดว่าเม็ดเงินต่างชาติจำนวนมากจะไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องในเดือน เม.ย. เนื่องจากตั้งแต่ต้นปี 2552 จนถึงปัจจุบัน นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นคืนไปเพียง 50% ของที่ขายไปในปี 2551 เทียบกับที่ซื้อคืนมาแล้ว 100% ในไต้หวัน อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ดังนั้นประเด็นนี้จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราคาดว่าต่างชาติจะซื้อหุ้นคืนต่อเนื่อง สำหรับสถานการณ์การเมืองในประเทศนั้น เราไม่คิดว่าสถานการณ์จะเลวร้ายลงไปกว่าปัจจุบัน แต่ตลาดจะผันผวนโดยได้รับผลกระทบจากกระแสข่าวด้านลบในเดือนนี้ เช่น การชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 3 เม.ย. หรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหลังเทศกาลสงกรานต์ แต่เราไม่คิดว่าเหตุการณ์จะรุนแรงเหมือนกับปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้กลุ่มพลังงานจะ ปรับตัวขึ้นแรงกว่ากลุ่มธนาคาร: หลังจากกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้นแรงในเดือน มี.ค. คาดว่าหุ้นกลุ่มธนาคารจะปรับตัวขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลงในเดือน เม.ย. ยกเว้นหุ้นธนาคารขนาดกลางซึ่งคาดว่ายังมี โอกาสปรับตัว สูงกว่า เนื่องมาจากประการแรก คาดว่าราคาน้ำมันจะปรับขึ้นมาซื้อขายที่ระดับ 80-90 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรลในไตรมาส 2 ปี 2553 จากระดับ 70-80 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรลในไตรมาสก่อน

ประการที่สอง บทสรุปที่ดีของคดีมาบตาพุดในเดือน เม.ย. หรือ พ.ค. และ ประการที่สาม การประกาศควบรวมกิจการของบริษัทในเครือปตท.(PTT)(คาดว่าจะประกาศควบรวมบริษัทปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น(PTTAR)กับบริษัทไออาร์พีซี(IRPC)ก่อน

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน