posttoday
บิ๊กอสังกาฯปล่อยหมัดเด็ดขย่มทุกตลาด กลาง-ล่าง ดุสุด

บิ๊กอสังกาฯปล่อยหมัดเด็ดขย่มทุกตลาด กลาง-ล่าง ดุสุด

05 กุมภาพันธ์ 2556

แม้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะขยายตัวออกไปแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ในต่างจังหวัดมากขึ้น แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลาดในกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงเป็นตลาดหลักที่แต่ละบริษัทยังคงต้องเน้นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นการแข่งขันของบรรดาบิ๊กๆ อสังหาฯ ที่นับวันจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น จึงต้องพยายามสร้างจุดขายสร้างดีมานด์ในเซ็กเมนต์ใหม่ๆ ไว้สำหรับเป็นหมัดเด็ดให้สามารถขับเคี่ยวกับคู่แข่งขันได้อย่างไม่เป็นรองใคร

แม้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะขยายตัวออกไปแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ในต่างจังหวัดมากขึ้น แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลาดในกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงเป็นตลาดหลักที่แต่ละบริษัทยังคงต้องเน้นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นการแข่งขันของบรรดาบิ๊กๆ อสังหาฯ ที่นับวันจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น จึงต้องพยายามสร้างจุดขายสร้างดีมานด์ในเซ็กเมนต์ใหม่ๆ ไว้สำหรับเป็นหมัดเด็ดให้สามารถขับเคี่ยวกับคู่แข่งขันได้อย่างไม่เป็นรองใคร

อนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (เอพี) พูดง่ายๆ สั้นๆ เกี่ยวกับการครีเอตตลาดใหม่ๆ ว่า เราดูคู่แข่งขันว่าปีนี้ส่วนใหญ่เขาทำอะไรแล้วไม่ทำอะไร เราก็จะไปทำตรงนั้น

เป็นที่มาของการเปิดแนวรบใหม่ที่จะเป็นหมัดเด็ดของเอพีในปีนี้ ด้วยการส่ง 2 แบรนด์ใหม่ ได้แก่ Soul บ้านเดี่ยวในเมืองที่ไม่มีใครย่างกรายเข้ามาในเซ็กเมนต์นี้มานาน เนื่องจากราคาที่ดินในเมืองที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนาบ้านเดี่ยว

ประเดิมโครงการแรกในทำเลทาวน์อินทาวน์ใกล้โรงเรียนบดินทรเดชาในราคา 13 ล้านบาทอัพ สำหรับบ้านเดี่ยว 3 ชั้น เนื้อที่กว่า 60 ตารางวา และอีก 2 ทำเลในเมืองที่เตรียมจะเปิดตัวในครึ่งปีหลัง

นอกจากนี้ ยังเปิดลิมิเต็ดแบรนด์ GALERIE rue de 39 คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ไฮเอนด์ ในซอยสุขุมวิท 39 ขายในราคาตารางเมตรละ 2.53 แสนบาท ทั้งสองแบรนด์มุ่งเจาะตลาดบนที่วันนี้ซัพพลายมีเหลืออยู่น้อย แม้ดีมานด์ในตลาดจะมีจำกัด แต่ก็มีดีมานด์เฉพาะหน้าอย่างกลุ่มเศรษฐีที่ต้องการหนีทำเลน้ำท่วมเข้ามาเสริม

ขณะที่ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ ที่คุ้นเคยกันในฐานะเข้าตลาดคอนโดมิเนียมระดับกลางล่าง แต่วันนี้คงอยู่นิ่งๆ ให้คู่แข่งโรมรันแต่เพียงฝ่ายเดียวไม่ไหว ปีนี้จึงโหนตัวเองขึ้นไปพัฒนาคอนโดในตลาดบนด้วยเช่นกัน คอนโดระดับพรีเมียมของค่ายแอล.พี.เอ็น. อยู่ในซอยสุขุมวิท 24 ตั้งราคาขายคร่าวๆ ไว้ที่ตารางเมตรละ 1.5 แสนบาท เป็นการขึ้นมาแบ่งเค้กในตลาดบนบ้าง แม้ว่าจะเป็นชั่วครั้งชั่วคราวตามจังหวะและโอกาส แต่ก็น่าจะช่วยดันยอดขายได้เพิ่มอีกกว่า 3,000 ล้านบาท สำหรับโครงการนี้โครงการเดียว

แต่สำหรับในตลาดล่าง แอล.พี.เอ็น. เพิ่มความเข้มข้นด้วยการส่งแบรนด์ใหม่ ลุมพินี ทาวน์ชิพ โครงการเมืองคอนโดบนเนื้อที่ 100 ไร่ ในย่านรังสิตนครนายก บริเวณคลอง 1 จำนวน 1 หมื่นยูนิต ขายราคา 6 แสนบาท ปั้นยอดขายอีก 7,000 ล้านบาท ให้จบภายใน 2 ปี ซึ่ง โอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ หมายมั่นว่าจะใช้บิ๊กโปรเจกต์นี้ถล่มคู่แข่ง ด้วยการรวบดีมานด์ในพื้นที่มาไว้ในมือ แอล.พี.เอ็น.แต่เพียงผู้เดียว

ขณะที่คู่แข่งในตลาดคอนโดมิเนียมอย่าง บริษัท แสนสิริ ที่ประกาศตัวชัดเจนว่าจะเปิดแนวรุกไปในหลายๆ ตลาด แต่ที่โฟกัสที่สุด คือ กลุ่มคอนโดระดับกลางล่าง ที่จะมาปะทะแอล.พี.เอ็น. ด้วยการส่งแบรนด์ ดี คอนโด และ เดอะ เบส สร้างจุดขายที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละทำเล ทั้งการเจาะลงไปในชุมชนเก่า อย่างเช่น การเปิดตัวคอนโด ดีบุรา พรานนก

นอกจากนี้ ยังรุกเข้าสู่ตลาดคอนโดใกล้สถานศึกษา ด้วยการส่ง ดี คอนโด แคมปัส ที่เปิดตัวไปแล้วที่เชียงใหม่ หรือเข้าไปเจาะกลุ่มแหล่งงานขนาดใหญ่ เป็นต้น ขณะที่แบรนด์ “เดอะ เบส” จะชูจุดขายที่ทำเลใกล้เมืองมากกว่าดี คอนโด เช่น เดอะ เบส พาร์ค อีส สุขุมวิท 77 เดอะ เบส เซ็นทรัล พัทยา และเดอะ เบส ไฮท์ภูเก็ต เป็นต้น

ทางด้านกลุ่ม แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ค่อนข้างชัดเจนที่จะพยายามหลบตลาดที่แข่งขันกันสูงอย่างตลาดบ้านราคา 35 ล้านบาท และหันไปขยายในตลาดบ้านที่ค่ายแลนด์ฯ ถนัดที่สุด คือบ้านในกลุ่มราคา 57 ล้านบาท โดยได้ลดสัดส่วนการลงทุนบ้านในกลุ่มราคา 35 ล้านบาท จากปีที่แล้วมีสัดส่วน 32% เหลือ 26% ในปีนี้ และเพิ่มสัดส่วนลงทุนในกลุ่มบ้านราคา 57 ล้านบาท เป็น 31% จากปีที่แล้วมีสัดส่วนลงทุนอยู่ที่ 20% เท่านั้น

นพร สุนทรจิตต์เจริญ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กล่าวว่า ตลาดบ้านราคา 57 ล้านบาท มีผู้เล่นไม่มากนัก ทำให้การแข่งขันต่ำ ขณะที่ตลาด 35 ล้านบาท มีผู้เล่นจำนวนมาก การแข่งขันจึงสูง

สินค้าในกลุ่มบ้านราคา 57 ล้านบาท จะเป็นเรือธงสำคัญของกลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่จะเปิดขายมากขึ้น

ขณะที่ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กลับมาบุกหนักด้วยการเปิดตัวโครงการใหม่มากถึง 78 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 5.5 หมื่นล้านบาท เป็นการส่งสัญญาณให้คู่แข่งขันได้รับรู้ว่าปีนี้คงไม่ยอมให้ใครแซงหน้าไปได้ง่ายๆ ในจำนวน 78 โครงการใหม่ ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา ให้น้ำหนักไปที่สินค้าในกลุ่มทาวน์เฮาส์ โปรดักต์ที่พฤกษาถนัดที่สุดจะใช้เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน

ในปีนี้พฤกษาจะเปิดตัวทาวน์เฮาส์มากกว่าครึ่งหนึ่งของแผนเปิดตัวโครงการใหม่ หรือ 47 โครงการ โดยมีจุดแข็งที่มีโรงงานผลิตชิ้นส่วนสำเร็จรูปขนาดใหญ่ที่มีกำลังการผลิตมากที่สุด 700 หลัง/เดือน หรือประมาณ 8,400 หลัง/เดือน จึงทำให้มั่นใจว่าสามารถคุมต้นทุนได้ดีที่สุด มีบ้านในสต๊อกพร้อมขายได้เร็ว โอนได้เร็วตามเป้าหมาย

แค่เฉพาะหมัดเด็ดๆ ของค่ายใหญ่ๆ ไม่กี่ราย ก็พอจะเห็นภาพแล้วว่า ปีนี้ตลาดอสังหาฯ จะดุเดือดร้อนแรงแค่ไหน โปรดติดตามอย่าได้กะพริบตาทีเดียว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน