
ธกส.พร้อมสนองนโยบาย
“ขณะนี้สภาพคล่องของ ธ.ก.ส.เข้มแข็งและแข็งแรงมาก มีสภาพคล่องส่วนเกิน 1.9 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้จะสำรองเงินไว้เพื่อใช้จ่ายรวม 1.6 แสนล้านบาท ทำให้มีเงินเหลืออีก 3 หมื่นล้านบาท ใครที่เป็นห่วงสภาพคล่องของ ธ.ก.ส.สบายใจได้ ตอนนี้สถานะการเงินของเรายังเข้มแข็ง แข็งแกร่ง มั่นคงมาก ยังสามารถรองรับการทำโครงการของภาครัฐได้อีกมาก” บุญไทย แก้วขันตี รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ยืนยันสถานะ
“ขณะนี้สภาพคล่องของ ธ.ก.ส.เข้มแข็งและแข็งแรงมาก มีสภาพคล่องส่วนเกิน 1.9 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้จะสำรองเงินไว้เพื่อใช้จ่ายรวม 1.6 แสนล้านบาท ทำให้มีเงินเหลืออีก 3 หมื่นล้านบาท ใครที่เป็นห่วงสภาพคล่องของ ธ.ก.ส.สบายใจได้ ตอนนี้สถานะการเงินของเรายังเข้มแข็ง แข็งแกร่ง มั่นคงมาก ยังสามารถรองรับการทำโครงการของภาครัฐได้อีกมาก” บุญไทย แก้วขันตี รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ยืนยันสถานะ
เพราะฉะนั้น ใครที่เป็นห่วงว่าโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลจะทำให้ธนาคารแห่งนี้พังพาบเลิกคิดได้
บุญไทย บอกว่า ผลดำเนินโครงการรับจำนำข้าวปี 2555/2556 เริ่มวันที่ 1 ต.ค.-15 ก.ย. 2556 มีเกษตรกรเข้าโครงการ 1.3 ล้านราย คิดเป็นปริมาณข้าวเปลือก 9.33 ล้านตัน คิดเป็นเงิน 1.51 แสนล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะรับจำนำข้าว 15 ล้านตัน เป็นเงิน 2.4 แสนล้านบาท เนื่องจากภัยแล้งทำให้ได้ผลผลิตน้อย
สำหรับการรับจำนำข้าวรอบใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ คาดว่าจะมีเงินเหลือใช้ในโครงการ 9 หมื่นล้านบาท
ขณะที่กรอบวงเงินที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติไว้มีวงเงินทั้งสิ้น 5 แสนล้านบาท แยกเป็นการใช้เงินจากเงินสภาพคล่องของ ธ.ก.ส. 9 หมื่นล้านบาท
เงินกู้ของรัฐบาลที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) จะเป็นผู้จัดสรรมา 4.1 แสนล้านบาท ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้ใช้เงินสภาพคล่องของ ธ.ก.ส.ไปแล้ว 9 หมื่นล้านบาท และเงินกู้จาก สบน. อีก 2.69 แสนล้านบาท
ดังนั้น จึงยังคงเหลือสภาพคล่องที่เป็นเงินกู้จาก สบน. เพื่อนำมาใช้จำนำข้าวอีก 1.4 แสนล้านบาท
ตามแผนแล้วในเดือน ก.พ.นี้ ทาง สบน.จะกู้เงินมาให้ ธ.ก.ส.ใช้รับจำนำข้าว 3.7 หมื่นล้านบาท และคาดว่า ธ.ก.ส.จะได้เงินคืนจากการระบายสินค้าอีก 2.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งขณะนี้ทยอยชำระแล้ว 6,000 ล้านบาท รวมเป็นสภาพคล่องที่คาดว่ารองรับจำนำข้าวได้ถึง 6.4 หมื่นล้านบาท
ขณะที่คาดว่าในฤดูกาลผลิตปีนี้จะมีผลผลิตเข้าโครงการรับจำนำเป็นเงิน 5.5 หมื่นล้านบาท แยกเป็นข้าว 4 หมื่น ล้านบาท ยางพารา 1 หมื่นล้านบาท และมันสำปะหลัง 5,000 ล้านบาท
ขณะที่ในเดือน มี.ค. ทาง สบน.จะกู้เงินมาให้ ธ.ก.ส. อีก 5.5 หมื่นล้านบาท และมีเงินที่คาดว่าจะได้จากการระบายข้าวอีก 1.4 หมื่นล้านบาท รวมเป็นสภาพคล่อง 6.9 หมื่นล้านบาท
ยอดดังกล่าวเมื่อเทียบกับผลผลิตที่คาดว่าจะเข้าโครงการแค่ 4.3 หมื่นล้านบาท แยกเป็นข้าว 2.5 หมื่นล้านบาท มันสำปะหลัง 8,000 ล้านบาท ยางพารา 1 หมื่นล้านบาท ทำให้เดือนนี้จะเหลือสภาพคล่อง 2.6 หมื่นล้านบาท
สำหรับในเดือน เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงปลายฤดูกาลเก็บเกี่ยว ทาง สบน. เตรียมแผนกู้ให้ ธ.ก.ส.อีก 4.3 หมื่นล้านบาท และคาดว่ามีเงินจากการระบายข้าวตามที่ได้ตกลงกับกระทรวงพาณิชย์ไว้อีก 1.2 หมื่นล้านบาท รวมเป็นสภาพคล่องที่คาดว่าจะมีอยู่กว่า 5.5 หมื่นล้านบาท เมื่อรวมกับสภาพคล่อง 2 เดือนก่อน ทำให้ ธ.ก.ส.จะมีสภาพคล่องสำหรับรับจำนำข้าวตั้งแต่เดือน เม.ย.ถึงปิดโครงการ และสำหรับเริ่มฤดูกาลใหม่ 9 หมื่นล้านบาท
แต่ที่บุญไทยมึนอยู่คือ ในวันที่ 5 ก.พ.จะมีการประชุมร่วมเรื่องการปิดบัญชีปี 2555 ซึ่งยังไม่สามารถสรุปได้ว่า จะติดลบเท่าไร เพราะกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่าจะมียอดคืนเงินจากการระบายข้าวกว่า 6 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมาย 8.5 หมื่นล้านบาท
นี่คือปัญหาที่ต้องติดตาม







