
ปั้น‘ตงฮั้ว’เป็นบลูชิพ
พลังงานโลจิสติกส์อุตสาหกรรมอนาคตเป้าลงทุนมองความคุ้มค่ามั่นคงของปท.
พลังงานโลจิสติกส์อุตสาหกรรมอนาคตเป้าลงทุนมองความคุ้มค่ามั่นคงของปท.
“วิชัย” อยากทำธุรกิจพลังงานและโลจิสติกส์ เพราะเป็นธุรกิจแห่งอนาคตของประเทศ
วิชัย ทองแตง ทนายความชื่อดัง นักลงทุนรายใหญ่ เจ้าของธุรกิจหลากหลายตั้งแต่สื่อเคเบิลภูธร (CTH) อสังหาริมทรัพย์ ยันโรงพยาบาล ทนายนักซื้อเทกโอเวอร์ และเศรษฐีหุ้นอันดับ 20 ของไทย
ชื่อ “วิชัย” ไม่เคยห่างหายไปจากตลาดหุ้น แต่คงโผล่ซื้อกิจการ เทกโอเวอร์ให้เห็นเป็นระยะๆ ตราบใดที่เงินในกระเป๋าของเขายังคงต่อยอดสร้างความมั่งคั่งให้กับเขาและกลุ่มเพื่อนพันธมิตร
ธุรกิจที่ “วิชัย” ใฝ่ฝันจะทำและต้องทำให้ได้ ซึ่งไม่ไกลเกินเอื้อมที่จะทำ นั่นคือ ธุรกิจพลังงานและระบบขนส่ง หรือโลจิสติกส์ นั่นเอง
“วิชัย” บอกว่า 2 สิ่งที่จะทำนี้ ไม่ได้ทำแค่สนองเงินในกระเป๋าแค่นั้น ที่สำคัญไปกว่านั้น คือ พลังงานเป็นธุรกิจแห่งอนาคตของประเทศไทย และโลจิสติกส์เป็นธุรกิจที่เชื่อมโยงไม่ใช่แค่อาเซียน 10 ประเทศ หรือ AEC แต่เชื่อมเอเชียแปซิฟิก ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพที่ดี เป็นจุดศูนย์กลางของ AEC
“การลงทุนของผม มองความคุ้มค่าการลงทุน ความมั่นคงของประเทศ เป็นประโยชน์กับคนส่วนใหญ่ และประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด”
วิชัย กล่าวว่า ธุรกิจพลังงานที่ลงทุนผ่านการถือหุ้นในบริษัท ตงฮั้ว (TH) 60 ล้านหุ้น หรือ 16% นั้น วิชัย มองอนาคตของประเทศเป็นหัวใจสำคัญ ให้การลงทุนพลังงานนี้เป็นการลงทุนขนาดใหญ่ และลงทุนยาวไม่ต่ำกว่า 10 ปีขึ้นไป โดยต้องการสร้างภาพลักษณ์ให้ตงฮั้วเป็นหุ้นบลูชิพ
“หุ้นตงฮั้วไม่ใช่ทำหนังสือพิมพ์จีนเหมือนเมื่อก่อน แต่กำลังไปทำธุรกิจพลังงาน ภาพคุณสมนึก (กยาวัฒนกิจ) ยังติดอยู่กับหนังสือพิมพ์จีนตงฮั้ว ซึ่งเป็นธุรกิจเดิมของพ่อ แต่คุณสมนึกเคยเป็นประธานบอร์ดไทยออยล์ รู้เรื่องพลังงานอย่างดี ก่อนที่ผมจะลงทุนหุ้นตงฮั้ว ผมต้องคุยเรื่องแผนธุรกิจ อนาคต และยุทธศาสตร์ ไม่ใช่หลับหูหลับตาลงทุน ไม่ใช่ผม”
วิชัย ยังบอกว่า การลงทุนจะประสบความสำเร็จได้ ธุรกิจนั้นต้องมีอนาคต แล้ววิธีการคิดทำธุรกิจของเขาเองมีความแตกต่าง เป็นความคิดที่เป็นระบบ เพราะมีประสบการณ์การลงทุนในตลาดหลัก ทรัพย์มา 35 ปี เป็นแมลงเม่าในตลาดหุ้นมาก่อน ผนวกกับการเป็นหมอความ (ทนายความ) โดยย้ำว่า การจะเข้าไปลงทุนอะไร ถ้าจะเทิร์นอะราวด์ (พลิกฟื้น) ต้องศึกษาความล้มเหลวของธุรกิจนั้นๆ มองนับถอยหลังไปเสมอๆ มองอดีต ศึกษาเรื่องความล้มเหลว ทำให้เดินไปอย่างระมัดระวัง และเป็นวิธีการบริหารความเสี่ยงที่ดีวิธีหนึ่ง
“การเป็นทนายที่ขยัน ไปคลุกกับปัญหา ทำให้ผมได้ทักษะและมุมมอง นำมาประมวลเป็นเรื่องการบริหารความเสี่ยง ผมผ่านการแก้ปัญหามาเยอะ ทำให้ผมได้เปรียบและรู้วิธีแก้ด้วยแต่ละบริษัทมีปัญหาไม่เหมือนกัน ที่สำคัญ อย่าไปหลงใหลได้ปลื้มกับความสำเร็จของตัวเอง ว่าตัวเองเก่ง พ่อผมสอนอย่าลืมตัว หรือง่ายๆ ก็คือ ต้องมีสติ เวลามีปัญหาให้สู้มัน จะได้ไม่รู้สึกเสียใจภายหลัง การปิดงบตัวเอง เป็นบรรทัดสุดท้ายที่ทำให้รู้ว่าเราได้หรือเสีย”
ที่สุดแล้ว บรรทัดสุดท้ายของ “วิชัย” เวลานี้ คือ นักลงทุนรายใหญ่ในตลาดที่ประสบความสำเร็จในการลงทุน สร้างความมั่งคั่งที่เจ้าตัวไม่บอกเป็นตัวเลข คงทิ้งไว้เป็นปริศนาในความเป็นส่วนตัวเอาไว้ กับความต้องการที่จะต่อยอดลงทุนต่อไปไม่สิ้นสุด ในธุรกิจที่คิดว่าสร้างประโยชน์ให้ตนเอง กลุ่มพันธมิตร และประเทศไทย







