
กฟน.จัดประกวดอาคารประหยัดพลังงาน
กฟน. เปิดโครงการ MEA Energy Saving Building ค้นหาอาคารประหยัดพลังงาน นำร่องโรงพยาบาล-ไฮเปอร์มาร์เก็ต
กฟน. เปิดโครงการ MEA Energy Saving Building ค้นหาอาคารประหยัดพลังงาน นำร่องโรงพยาบาล-ไฮเปอร์มาร์เก็ต
นายอาทร สินสวัสดิ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เปิดเผยว่า ได้จัดทำโครงการส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร หรือ MEA Energy Saving Building ซึ่งเป็นการจัดประกวดเพื่อค้นหาสุดยอดอาคารประหยัดพลังงานกับการไฟฟ้านครหลวง เพื่อสร้างจิตสำนึกคุณค่าของการอนุรักษ์พลังงาน ส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดแรงจูงใจในการอนุรักษ์พลังงาน โดยยกย่องเชิดชูอาคารให้รับตราสัญลักษณ์แสดงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร เพื่อให้เป็นตัวอย่างอาคารที่ดีในการดำเนินการอนุรักษ์พลังงานที่พึงยึดเป็นแบบอย่าง
ทั้งนี้ การจัดประกวดในปีแรกจะคัดเลือกอาคารใน 2 ประเภท ประกอบด้วย อาคารประเภทโรงพยาบาล และอาคารที่ใช้เพื่อการค้าปลีก ค้าส่ง (ไฮเปอร์มาร์เก็ต) ในเขตพื้นที่การให้บริการของการไฟฟ้านครหลวง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอาคารขนาดใหญ่จำนวนมากและมีการใช้พลังงานสูง รวมถึงความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“การใช้พลังงานไฟฟ้าของอาคารซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่การให้บริการของการไฟฟ้านครหลวง มีอัตราการใช้ไฟฟ้าที่ระดับ 44,000 ล้านหน่วย หรือคิดเป็นปริมาณการใช้ไฟฟ้า 30% ของอัตราการใช้พลังงานรวมของประเทศซึ่งอยู่ที่ระดับ 148,000 ล้านหน่วย คาดว่าโครงการนี้จะก่อให้เกิดต้นแบบของอาคารอนุรักษ์พลังงาน ที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ”
สำหรับการตัดสินรางวัลแบ่งออกเป็น สองระดับ คือ ระดับที่ 1 “ กฟน. อาคารประหยัดพลังงาน” และ ระดับที่ 2 “ กฟน. อาคารประหยัดพลังงาน ดีเด่น” อาคารใดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนจะได้รับตราสัญลักษณ์แสดงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และสำหรับอาคารที่มีผลงานดีเด่นสูงสุดในแต่ละประเภทอาคารจะได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงการใช้พลังงานอาคารละ 2 ล้านบาท และลำดับรองลงมาประเภทอาคารละ 5 แสนบาท รวมมูลค่ารางวัล 5 ล้านบาท สำหรับอาคารประเภทโรงพยาบาล และอาคารประเภทไฮเปอร์มาร์เก็ตที่สนใจจะเข้าประกวดสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.meaenergysavingbuilding.net รับสมัครตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 ก.พ. 2556
ทั้งนี้ โครงการยังจัดให้มีการรณรงค์เผยแพร่กิจกรรมต่างๆ สู่การมีส่วนรวมของประชาชนทั่วไปอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาหนึ่งปีเต็มของการดำเนินโครงการ และมีเป้าหมายจะจัดประกวดต่อเนื่องกันเป็นเวลา 5 ปี







