posttoday
อดีตบิ๊ก‘องุ่น’ลุยเคเบิลทีวีกำไรสู่สังคม

อดีตบิ๊ก‘องุ่น’ลุยเคเบิลทีวีกำไรสู่สังคม

25 มกราคม 2556

น้ำมันพิชไทยลุยเคเบิลทีวี

น้ำมันพิชไทยลุยเคเบิลทีวี

อดีตผู้บริหารน้ำมันพืชองุ่น หันทิศผลิตรายการทีวี เน้นเพื่อสังคมไม่แสวงหากำไร

นายน่าคบ เพื่อนรัก ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ไทยภิรมย์สตาร์ ซึ่งเปลี่ยนชื่อจากเดิมคือ นายวิสุทธิ วิทยฐานกรณ์ อดีตกรรมการบริหาร บริษัท น้ำมันพืชไทย ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันพืช ตรา องุ่น เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับเพื่อนนักธุรกิจจัดตั้งบริษัท ไทยภิรมย์สตาร์ ขึ้นเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อผลิตรายการป้อนสื่อเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม

ทั้งนี้ บริษัทใช้งบลงทุนแล้ว 7080 ล้านบาท แบ่งเป็น 30 ล้านบาท สำหรับจดทะเบียนบริษัท การลงทุนจัดทำห้องส่ง 15 ล้านบาท ที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายในการผลิตคอนเทนต์ 25 ล้านบาท

“หลังจากเกษียณอายุการทำงานจากบริษัท น้ำมันพืชไทย เดิมมาได้ 2 ปี แต่ยังคงมีหุ้นเหลืออยู่ราว 8% จึงใช้เวลาว่างไปกับสิ่งที่ตัวเองรักและเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของธรรมะและกิจกรรมเพื่อสังคม จนนำมาซึ่งการเปลี่ยนชื่อใหม่” นายน่าคบ กล่าว

ทั้งนี้ การตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจผลิตรายการ เนื่องจากมองเห็นช่องทางในสื่อเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมที่มีอิทธิพลสูงในสังคมปัจจุบัน แต่การดำเนินธุรกิจจะต่างจากช่องทีวีดาวเทียมทั่วไปตรงที่ไม่แสวงหากำไร โดยจะนำกำไรที่ได้มาสร้างประโยชน์คืนสู่สังคม

ปัจจุบัน ช่องไทยภิรมย์ได้เริ่มออกอากาศมาตั้งแต่เดือน พ.ย. 2555 ผลิต 2 รายการ ได้แก่ รายการ The BOSS ความยาว 45 นาที และรายการมหาพาเพลิน ประมาณ 15 นาที รับชมได้ทางจานดาวเทียมพีเอสไอ ทางช่อง 33 ซึ่งเป็นช่องทีวีไดเรกต์, กล่องบิ๊ก 4 ช่อง 108, กล่อง GMMZ ช่อง 192 และจาน IPM ทางช่อง 328 และจะเพิ่มรายการอื่นๆ มากขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตามตั้งแต่เดือนก.พ.นี้จะมีรายการอื่นๆเพิ่มเติมเข้ามา เช่น น้ำพักน้ำแรง, จากเก่าสู่ใหม่, อัจฉริยะดนตรี, ปลายฟ้าวัฒนธรรม, วาไรตี้ทีน, ซีรีย์น้ำ และเที่ยวไปตามใจฝัน โดยได้สลอตเวลาออกอากาศทุกวัน คือ ช่วงเวลา 20.3021.30น.

นายน่าคบ กล่าวต่อว่า เนื่องจากเป็นช่องรายการที่ไม่แสวงหากำไร เพื่อต้องการนำกำไรสร้างประโยชน์คืนสู่สังคม ดังนั้นจากที่ใช้งบลงทุนไปแล้ว40 ล้านบาท หากไม่มีสปอนเซอร์เข้ามาสนับสนุน ทุนที่เหลือสามารถรองรับการผลิตรายการได้อีกไม่เกิน 160 วัน เมื่อถึงเวลานั้นก็จะยุติการดำเนินงานลง แต่ทั้งนี้ในปัจจุบันมีสปอนเซอร์ให้การสนับสนุนบ้างแล้ว เช่นน้ำมันพืชตราองุ่น, ผลิตภัณฑ์ตรา เกษตร, ฟลาย นาว เป็นต้น โดยต้นทุนของแต่ละรายการต่อ 1 ชม. อยู่ที่ 6 หมื่นบาท ดังนั้นต่อ1 รายการ มองว่าจะต้องมีสปอนเซอร์ที่ 5 รายจึงจะสามารถเลี้ยงตัวได้ เบื้องต้นต้องการนำเสนอรายการในแต่ละวันที่ 5 ชม. ต่อวัน รูปแบบรายการจำเสนอแบบภาพยนตร์ จึงมีต้นทุนการผลิตสูง

อย่างไรก็ตามหากช่องไทยภิรมย์สามารถดำเนินการต่อไปได้แล้ว ยังมองถึงตลาดเออีซี ในการที่จะขายคอนเท้นท์ไปยังต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น รวมถึงลาวที่สนใจให้เราเข้าไปสอนวิธีการผลิตรายการด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย