
เจโทรโร่แจ้งนักลงทุนยังห่วงน้ำท่วม
จี้ถามแผนป้องกันระยะยาวย้ำปัญหาขาดแรงงานมีฝีมือ
จี้ถามแผนป้องกันระยะยาวย้ำปัญหาขาดแรงงานมีฝีมือ
เจโทรฯ ย้ำนักลงทุนญี่ปุ่นยังมั่นใจลงทุนในไทย แต่ยังห่วงการลงทุนป้องกันน้ำท่วมระยะยาว เผยสนใจลงทุนโครงการน้ำและโครงสร้างพื้นฐาน
นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับนายเซ็ทซึโอะ อิอูจิ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กรุงเทพฯ และทีมงาน พร้อมคณะผู้แทนของหอการค้าญี่ปุ่น กรุงเทพฯ ว่า เจโทรได้นำเสนอผลสำรวจความเชื่อมั่นของนักลงทุนญี่ปุ่นต่อการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งในภาพรวมแล้วพบว่ายังคงมีความเชื่อมั่นและเห็นว่าไทยยังคงเป็นประเทศน่าลงทุนในสายตาของนักลงทุนญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนญี่ปุ่นยังคงมีความกังวลในเรื่องการลงทุนเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมอย่างถาวรของไทย รวมทั้งการขาดแรงงานมีฝีมือ เช่น วิศวกร ทั้งนี้เจโทรจะแถลงรายงานผลสำรวจอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 มค.นี้
“ได้ย้ำไปว่า ทางรัฐบาลไทยมีแผนการลงทุนในระบบบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศมูลค่า 3.5 แสนล้านบาท เพื่อป้องกันน้ำท่วมในระยะยาว ส่วนประเด็นแรงงานมีฝีมือ ได้ชี้แจงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงแรงงานรับเรื่องการวางแผนและพัฒนาฝีมือแรงงานไปดูแลแล้ว” นายประเสริฐ กล่าว
นายประเสริฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะนักลงทุนญี่ปุ่น ยังได้แสดงความสนใจและสอบถามถึงความคืบหน้าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งก็ได้ให้ข้อมูลความคืบหน้าไปว่า ทางนายกรัฐมนตรีกำลังผลักดันพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กู้เงินมูลค่า 2.2 ล้านล้าน เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในระยะ 7 ปี
แหล่งข่าวจากที่ประชุมระหว่าง รมว.อุตสาหกรรม และเจโทรและคณะนักลงทุนญี่ปุ่น กล่าวเพิ่มเติมว่า หอการค้าญี่ปุ่นฯ ได้แสดงความเห็นต่อแนวนโยบายส่งเสริมการลงทุนใหม่ของไทยที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จะนำมาเป็นยุทธศาสตร์เพื่อส่งเสริมการลงทุนในระยะ 5 ปี (2556-2560) ว่า มีความสอดคล้องกับธุรกิจที่นักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในไทยส่วนใหญ่ จำนวน 1,500 บริษัท แต่มีบริษัทที่ไม่ได้ทำธุรกิจในกิจการที่ไทยจะให้การส่งเสริมตามนโยบายใหม่ราว 120 บริษัท ซึ่งทางคณะนักลงทุนญี่ปุ่นมีความกังวลอยู่ว่าบริษัทญี่ปุ่นกลุ่มนี้ อาจจะมีต้นทุนประกอบการที่สูงขึ้นในอนาคต
สำหรับการหารือครั้งนี้ ไม่ได้มีการพูดคุยเกี่ยวผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท แต่กระทรวงอุตสาหกรรมได้ติดตามผลกระทบในเรื่องนี้ โดยมอบหมายให้สำนักงานอุตสาห กรรมจังหวัด ร่วมกับสภาอุตสาห กรรมจังหวัดและหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ ติดตามดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด







