posttoday
ปืนที่อยู่รอบตัวเรา

ปืนที่อยู่รอบตัวเรา

21 มกราคม 2556

เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นหลายที่ทั่วโลก จนทำให้ผู้บริสุทธิ์ทั้งผู้ใหญ่และเด็กจำนวนมากได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ล้วนแต่มีจุดคล้ายคลึงกันอยู่ประการหนึ่งคือ ผู้ก่อเหตุล้วนแต่ใช้ปืนเป็นอาวุธหรือเครื่องมือในการสร้างความรุนแรงต่อเหยื่อ นอกจากนี้ในบรรดาประเทศที่เกิดเหตุการณ์ใช้อาวุธปืนกราดยิงผู้บริสุทธิ์ จะพบว่าส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดเป็นประเทศที่มีกฎหมายอนุญาตให้ประชาชนสามารถครอบครองอาวุธปืนชนิดต่างๆ ได้อย่างเสรีหรือมีข้อจำกัดในการครอบครองอาวุธปืนน้อย เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ แคนาดา เยอรมนี และออสเตรเลีย เป็นต้น

เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นหลายที่ทั่วโลก จนทำให้ผู้บริสุทธิ์ทั้งผู้ใหญ่และเด็กจำนวนมากได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ล้วนแต่มีจุดคล้ายคลึงกันอยู่ประการหนึ่งคือ ผู้ก่อเหตุล้วนแต่ใช้ปืนเป็นอาวุธหรือเครื่องมือในการสร้างความรุนแรงต่อเหยื่อ นอกจากนี้ในบรรดาประเทศที่เกิดเหตุการณ์ใช้อาวุธปืนกราดยิงผู้บริสุทธิ์ จะพบว่าส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดเป็นประเทศที่มีกฎหมายอนุญาตให้ประชาชนสามารถครอบครองอาวุธปืนชนิดต่างๆ ได้อย่างเสรีหรือมีข้อจำกัดในการครอบครองอาวุธปืนน้อย เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ แคนาดา เยอรมนี และออสเตรเลีย เป็นต้น

ในประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากจะเป็นประเทศที่พลเรือนครอบครองอาวุธปืนสูงที่สุดในโลก คือในอัตรา 89 กระบอกต่อพลเรือน 100 คนแล้ว ยังมีกฎหมายที่อนุญาตให้พลเรือนสามารถครอบครองอาวุธปืนร้ายแรงอย่างเช่น ปืนไรเฟิลจู่โจม (Assault Rifles) ได้อีกด้วย แม้จะมีกลุ่มคนที่เห็นถึงพิษภัยจากการอนุญาตให้มีอาวุธปืนร้ายแรงดังกล่าว และพยายามออกมารณรงค์ให้ฝ่ายการเมืองออกกฎหมายเพื่อจำกัดการครอบครองอาวุธร้ายแรง แต่ก็ต้องพบกับอุปสรรคสำคัญอันได้แก่ แรงต้านจากกลุ่มพ่อค้าอาวุธปืนที่รวมตัวกันในชื่อกลุ่มว่า “สมาคมปืนไรเฟิลแห่งชาติ” (NRA) อันเป็นที่รวมของเหล่าพ่อค้าอาวุธปืนที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง หากฝ่ายการเมืองดำเนินนโยบายห้ามครอบครองอาวุธปืนร้ายแรงดังกล่าว โดยเสนอให้มีตำรวจติดอาวุธประจำโรงเรียนทั่วประเทศแทนการควบคุมอาวุธปืน ซึ่งกลุ่มพ่อค้าอาวุธดังกล่าวยังเป็นกลุ่มผลประโยชน์ที่มีอิทธิพลทั้งนอกและในรัฐสภาอีกด้วย

การที่กฎหมายเปิดช่องให้ประชาชนสามารถครอบครองอาวุธปืนได้อย่างเสรีและไม่จำกัดประเภท จึงเป็นสาเหตุหนึ่งให้เกิดเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงสังหารหมู่ประชาชนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ จนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากมาหลายครั้ง ซึ่งกรณีล่าสุดก็เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2555 ที่ผ่านมา โดย อดัม แลนซา วัยรุ่นอายุ 20 ปี ได้สังหารมารดาของตัวเอง และได้นำปืนบุกเข้าไปกราดยิงเด็กนักเรียนในโรงเรียนประถมเมืองนิวทาวน์ รัฐคอนเนกติกัต ทำให้เด็กนักเรียนอายุตั้งแต่ 5 ถึง 7 ขวบ เสียชีวิตจำนวน 20 ศพ และครูเสียชีวิต 6 ศพ จากนั้นตัวอดัมก็ได้ยิงตัวตาย กลายเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลก

เหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ ได้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในประเทศออสเตรเลีย ในปี พ.ศ. 2539 เมื่อคนร้ายได้ใช้ปืนกราดยิงประชาชนในรัฐแทสเมเนีย ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของออสเตรเลีย จนมีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าวถึง 35 ศพ ทำให้ประชาชนได้ออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีจอห์น โฮเวิร์ด ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อควบคุมอาวุธปืน จนทำให้รัฐบาลมลรัฐแทสเมเนียและรัฐบาลกลางต่างก็ออกกฎหมายที่เข้มงวดมาควบคุมอาวุธปืน พร้อมกับดำเนินการเรียกเก็บอาวุธปืนทั้งแบบอัตโนมัติและกึ่งอัตโนมัติที่มีการครอบครองอยู่ในประเทศออสเตรเลียทั้งหมดราว 8 แสนกระบอก มาทำลายทิ้ง ซึ่งภายหลังการดำเนินการดังกล่าว ทำให้ไม่มีกรณีการบุกกราดยิงประชาชนเกิดขึ้นอีกเลย

เมื่อหันกลับมาดูภายในประเทศไทย แม้พระราชบัญญัติอาวุธปืนจะอนุญาตให้ประชาชนสามารถซื้อและครอบครองอาวุธปืนบางประเภทได้ เพื่อมีไว้ป้องกันชีวิตและทรัพย์สินภายในเคหสถานหรือบ้านเรือนเท่านั้น แต่ก็มิได้อนุญาตให้พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะได้เป็นการทั่วไป นอกจากจะได้รับใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนหรือใบ ป.12 ซึ่งขออนุญาตได้ยากมาก หรือเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ หากประชาชนทั่วไปจำเป็นจะต้องนำอาวุธปืนออกไปนอกสถานที่ก็ต้องแยกอาวุธปืนและกระสุนปืนออกจากกันให้เห็นว่าไม่อยู่ในสภาพที่จะใช้ได้ทันที

จากข้อมูลของ “กันโพลิซี” ซึ่งเป็นองค์กรที่เก็บรวบรวมสถิติอาวุธปืนและปัญหาที่เกิดจากอาวุธปืนทั่วโลก และกระทรวงมหาดไทย ต่างมีข้อมูลที่ตรงกันว่าจนถึงสิ้นเดือน ธ.ค. 2555 ประเทศไทย มีอาวุธปืนที่ขึ้นทะเบียนโดยถูกกฎหมายจำนวน 6.2 ล้านกระบอก จากจำนวนประชากรทั้งหมด 63 ล้านคน ทำให้เห็นได้ว่าในจำนวนประชากร 10 คน จะมีผู้ที่ครอบครองปืนโดยถูกกฎหมายอยู่ 1 กระบอก ซึ่งยังไม่นับรวมปืนเถื่อนและปืนไทยประดิษฐ์ที่มีอยู่อีกเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ในปัจจุบันมีจำนวนร้านค้าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่ได้รับใบอนุญาต จำนวนทั้งสิ้น 502 ร้าน แยกเป็นในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 381 ร้าน และในต่างจังหวัดจำนวน 121 ร้าน โดยเฉพาะในห้างดิโอลด์สยาม พลาซ่า วังบูรพา เพียงที่เดียวมีร้านปืนที่เปิดขายอย่างถูกกฎหมายอยู่ถึง 80 ร้าน ข้อมูลดังกล่าวทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่มีพลเมืองครอบครองอาวุธปืนมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่าประเทศฟิลิปปินส์ อันเป็นประเทศหมู่เกาะที่มีชื่อเสียงด้านความรุนแรงเกี่ยวกับอาวุธปืนมาอย่างยาวนานถึง 4 เท่า ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านของไทยอย่างเวียดนาม กัมพูชา และอินโดนีเซีย ต่างกำลังพยายามลดการครอบครองปืนสั้นหรือปืนขนาดเล็กของประชาชนในประเทศตนเอง โดยเฉพาะในประเทศมาเลเซีย มีกฎหมายที่กำหนดโทษสำหรับผู้ที่พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตไว้ถึงขั้นประหารชีวิต ซึ่งได้เคยมีกรณีที่เด็กหรือเยาวชนพกพาอาวุธปืนออกไปนอกบ้านโดยไม่มีใบอนุญาต จนถูกจับกุมดำเนินคดี แต่จากสถานะที่เป็นเด็ก ซึ่งได้ทำความผิดไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์จึงได้มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมยกเว้นความผิดให้เด็กคนดังกล่าว

สำหรับประเทศไทยยังไม่ปรากฏว่ารัฐบาลหรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้องใดๆ จะออกมาแสดงท่าทีต่อปัญหาดังกล่าว นอกจากนี้หน่วยงานของรัฐเองโดยเฉพาะด้านความมั่นคงดูเหมือนกลับจะเป็นส่วนที่ส่งเสริมให้เกิดการครอบครองอาวุธปืนเพิ่มมากขึ้น จากการได้สิทธิในการนำเข้าและครอบครองอาวุธปืนสำหรับข้าราชการทหาร ตำรวจ ซึ่งมีจำนวนถึงครึ่งหนึ่ง (3 ล้านกระบอก) ของจำนวนปืนถูกกฎหมายทั้งหมดในประเทศไทย

จากข้อมูลและสภาพปัญหาดังกล่าว จึงเป็นสิ่งที่สังคมไทยทุกภาคส่วนคงต้องหันมาช่วยกันคิดหาทางออกร่วมกันว่า ควรจะมีมาตรการอย่างไรในการบริหารจัดการมิให้อาวุธปืนที่อยู่รายรอบตัวเราเป็นสิ่งที่กลับมาทำร้ายประชาชนและสังคม ภายใต้สภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศที่ไม่ดีนัก การปล่อยให้มีการซื้อหาและครอบครองอาวุธปืนได้อย่างง่ายดาย ย่อมเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรมสร้างผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นอย่างมาก เราคงไม่อาจหวังพึ่งรัฐบาลหรือภาคราชการให้ลงมาแก้ไขปัญหานี้เพียงฝ่ายเดียวได้ แต่เป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนโดยเฉพาะผู้บังคับใช้กฎหมายที่จะเอาจริงเอาจัง และเข้มงวดกวดขันกับผู้ที่ครอบครองและพกพาอาวุธปืน หากเราไม่รีบช่วยกันหาทางออกจากปัญหานี้แล้ว สักวันหนึ่งอาวุธปืนที่อยู่ใกล้ตัวเรามากอาจเป็นสิ่งที่ทำร้ายตัวเราหรือคนที่เรารักก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่