
ทิสโก้ยังเชียร์หุ้นจีน
ศก.โตเกินคาดตั้งกองทุนใหม่ขายMFCINGส่งทริกเกอร์ลุยหุ้นไทย
ศก.โตเกินคาดตั้งกองทุนใหม่ขายMFCINGส่งทริกเกอร์ลุยหุ้นไทย
บลจ.ทิสโก้ ชี้ตัวเลขเศรษฐกิจจีนโตแรงเกินคาด หนุนตลาดหุ้นน่าลงทุน ออกกองใหม่ขายตั้งเป้ากำไร 7% “เอ็มเอฟซีไอเอ็นจี” เน้นหุ้นไทย
น.ส.วรสินี สังวรเวชภัณฑ์ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ทิสโก้ เวลธ์ เปิดเผยว่า ทิสโก้ เวลธ์ ยังคงแนะนำการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงด้วยการเพิ่มพอร์ตลงทุนในตลาดหุ้นจีน เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของจีนมีสัญญาณการเติบโตโดดเด่น โดยล่าสุดทางการจีนประกาศตัวเลขการขยายตัวของจีดีพีในไตรมาส 4 ของปี 2555 ซึ่งเติบโตสูงถึง 7.9% ขณะที่ตัวเลขจีดีพีทั้งปีเติบโต 7.8% สูงกว่าที่ทางการจีนได้ประมาณการไว้ที่ 7.5%
สำหรับในปีนี้เศรษฐกิจจีนยังได้รับแรงสนับสนุนจากดัชนีชี้นำต่างๆ ที่ปรับตัวดีขึ้น ทำให้ตัวเลขจีดีพีในปี 2556 นี้ จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 8% ส่วนปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้การลงทุนในตลาดหุ้นจีนมีความน่าสนใจก็คือราคาหุ้นที่ยังอยู่ในระดับต่ำ แม้ว่าจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมาบ้างแล้ว รวมถึงประเด็นเรื่องการเคลื่อนย้ายของกระแสเงินทั่วโลก ซึ่งตั้งแต่ต้นปีตลาดหุ้นจีนมีเงินทุนไหลเข้ามากที่สุดในโลก หนุนดัชนีหุ้นขึ้นต่อเนื่อง ตลาดหุ้นจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในขณะนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสจากการลงทุนให้ได้รับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้แนะนำลงทุนในตลาดหุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HShares) มากกว่าการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ (AShares)
เนื่องจากจะได้ประโยชน์จากสภาพคล่องที่ล้นระบบมากกว่าจากการที่นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนทำได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ยังเป็นตลาดที่มีความสัมพันธ์กับตลาดหุ้นต่างประเทศสูงกว่า ทำให้ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกได้ดีกว่า AShares
ทั้งนี้ ทิสโก้ เวลธ์ แนะนำการลงทุนในตลาดหุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HShares) มากกว่าการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ (AShares) เนื่องจะได้ประโยชน์จากสภาพคล่องที่ล้นระบบมากกว่า เพราะนักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนด้ง่ายกว่า นอกจากนี้ ตลาดหุ้น HShares เป็นตลาดที่มีความสัมพันธ์กับตลาดหุ้นต่างประเทศสูงกว่า ทำให้ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกได้ดีกว่า
นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า บริษัทเปิดขายกองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า ทริกเกอร์ 8% # 8 ทาร์เก็ตฟันด์ลงทุนในหุ้นจีนผ่านกองทุน Hang Seng HShare Index ETF ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง อายุโครงการประมาณ 8 เดือน หรือเลิกโครงการได้ก่อนกำหนดหากสร้างผลตอบแทนได้ 8% มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท เปิดขายตั้งแต่วันที่ 21-28 ม.ค. 2556
“ตลาดหุ้นจีนในตอนนี้น่าลงทุนมากกว่าหุ้นไทย เนื่องจากราคาหุ้นยังอยู่ถูก เมื่อเทียบแนวโน้มเศรษฐกิจที่ขยายตัวโดดเด่น สนับสนุนให้ตลาดหุ้นจีนอยู่ในทิศทางขาขึ้น และน่าจะปรับตัวสูงขึ้นได้ต่อเนื่อง”
“การเข้าลงทุนในตลาดหุ้นจีนขณะนี้เป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุนและรับผลตอบแทนที่ดีขึ้น เนื่องจากราคาหุ้นยังอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวโดดเด่น ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ตลาดหุ้นจีนอยู่ในทิศทางขาขึ้น และน่าจะปรับตัวสูงขึ้นได้ต่อเนื่อง
นอกจากนี้ บลจ.ทิสโก้ ซึ่งได้แนะนำการลงทุนหุ้นจีนมาโดยตลอด พร้อมทั้งนำเสนอกองทุนที่ตอบโจทย์การลงทุนดังกล่าวในช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสมมาโดยตลอด ผ่านกองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า ทริกเกอร์ 8% ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาก และด้วยความโดดเด่นของตลาดหุ้นจีน รวมถึงความต้องการลงทุนที่ยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบกับจังหวะเวลาที่เหมาะแก่การเข้าลงทุน จึงได้เปิดเสนอขาย กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า ทริกเกอร์ 8% กองที่ 8 อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์การลงทุนอย่างตรงจุด และเชื่อว่ากองทุนดังกล่าวจะได้รับการตอบรับที่ดีเช่นเดิม” นายสาห์รัช กล่าว
น.ส.ประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี กล่าวว่า วันที่ 21-29 ม.ค.นี้ บริษัทเตรียมเปิดขายกองทุนเปิดเอ็มเอฟซีสปอท 33 ซีรีส์ 4 เน้นลงทุนในประเทศ ตั้งเป้าหมายผลตอบแทน 3% สองครั้งรวมเป็น 6% ภายใน 5 เดือน
นายจุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไอเอ็นจี เปิดเผยว่า บริษัทเปิดขายกองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย ทริกเกอร์ 10% (9) ระหว่างวันที่ 18-25 ม.ค.นี้ ลงทุนหุ้นไทย ตั้งเป้าผลตอบแทน 10% โดยจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ 2 ครั้ง ครั้งละ 5% เพื่อลดความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดผันผวน







