posttoday
‘ธปท.’มั่นใจศก.ดี ขึ้นจีดีพีเป็น4.9%

‘ธปท.’มั่นใจศก.ดี ขึ้นจีดีพีเป็น4.9%

19 มกราคม 2556

ธปท.มั่นใจเศรษฐกิจดี ปรับประมาณการเศรษฐกิจขึ้นเป็น 4.9%

ธปท.มั่นใจเศรษฐกิจดี ปรับประมาณการเศรษฐกิจขึ้นเป็น 4.9%

นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคาร แห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ปรับประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 4.9% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 4.6% เนื่องจากเห็นว่าเศรษฐกิจเติบโตดีขึ้นจากกำลังซื้อในประเทศที่เข้มแข็ง และมีแนวโน้มขยายตัวดีต่อเนื่องจากครั้งก่อน

ธปท.คาดว่าการลงทุนภาคเอกชนปีนี้จะขยายตัว 12.1% จากปีที่แล้วที่โตสูงถึง 16.5% ทำให้มีแรงส่งต่อเนื่องและการลงทุนมีแนวโน้มเร่งขึ้น เพราะการซ่อมสร้างในบางอุตสาหกรรมยังไม่เสร็จสิ้น และยังมีการนำเข้าเครื่องจักรเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับแนวโน้มการลงทุนภาครัฐที่น่าจะดีต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดว่าจะขยายตัวถึง 17.1% จากปีที่ผ่านมาที่คาดว่าจะโต 7.9% เพราะภาครัฐมีโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและงบใช้จ่ายในโครงการขนาดใหญ่จำนวนมาก และหากการลงทุนภาครัฐเดินหน้าได้ตามแผน ก็จะสามารถดึงการลงทุนภาคเอกชนให้ลงทุนได้เพิ่มเติมด้วย บวก กับการบริโภคในประเทศก็ขยายตัวไปในทิศทางเดียวกับแนวโน้มการลงทุนปีนี้ โดยคาดว่าการบริโภคภาคเอกชนจะขยายตัวที่ 4.3% จากปีที่แล้ว 6.3%

ขณะที่ การส่งออกก็น่าจะพ้นจุดต่ำสุดแล้ว โดยค่อยๆ ฟื้นตัวกลับสู่ภาวะปกติในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยการส่งออกปีนี้คาดว่าจะขยายตัวได้ที่ระดับ 9% จากปีที่แล้วที่ 3.6% ทั้งนี้มองว่าการส่งออกไทยไปญี่ปุ่นไม่น่าจะกระทบมากแม้ว่านักแม้ว่าค่าเงินบาทจะแข็งหรือเยนจะอ่อนค่าลงมาก เพราะส่งออกไทยไปญี่ปุ่นเป็นสินค้าจำเป็น เช่น กุ้ง อาหารแช่แข็ง ฯลฯ ส่วนอุตสาหกรรมหนักที่มีการนำเข้าเครื่องจักรน่าจะได้ผลดีจากค่าเงิน

ทั้งนี้ ภาวะดังกล่าวสอดคล้องกับความเสี่ยงต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจโลก ที่คาดว่าจะมีเสถียรภาพมากขึ้นจากการแก้ปัญหาของกรีซชัดเจนขึ้น การตัดกรีซออกจากกลุ่มยูโรโซนหมดไป เช่นเดียวกับการแก้ไขปัญหาสหรัฐฯก็เริ่มชัดเจนขึ้น เช่นเดียวกับภาวะเงินเฟ้อก็ยังไม่น่ากังวล เพราะแรงกดดันต่อต้นทุนและการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท คาดว่าจะไม่ทำให้ระดับสินค้าเพิ่มขึ้นมากนัก และราคาน้ำมันนปีนี้ก็ไม่น่าปรับตัวสูงขึ้น คาดว่าราคาน่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 105 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

“ถ้านโยบายการลงทุนภาครัฐมีความชัดเจน มีการลงทุนตามแผนตามโครงการที่เคยประกาศก็อาจจะมีผลให้เศรษฐกิจปีนี้โตได้มากกว่า 4.9% แต่ในทางตรงกันข้ามหากทำไม่ได้ตามที่คาดไว้การเติบโตปีนี้อาจจะลดลงได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามโครงสร้างพื้นฐาน 2.27 แสนล้านบาทยังไม่ได้รวมอยู่ในการคาดการณ์ครั้งนี้ เพราะยังไม่มีความชัดเจน” นายไพบูลย์กล่าว

นายไพบูลย์ กล่าวว่า สาเหตุที่ธปท.คาดการณ์ว่าค่าจ้าง 300 บาท ไม่กระทบเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น เนื่องจากประเมินจากการขึ้นค่าจ้างเมื่อเดือนเม.ย.ปีที่ผ่านมาที่ปรับขึ้น 7 จังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลฐานอุตสาหกรรมใหญ่ของประเทศ ผลกระทบก็มีจำกัด เช่นเดียวกันการส่งผ่านไปถึงราคาสินค้าก็ไม่มาก ซึ่งอาจเป็นเพราะมีการจ่ายค่าแรงสูงอยู่แล้ว และผู้ประกอบการเองก็มีการปรับตัว ขณะที่ภาครัฐเองก็มีมาตรการช่วยเหลือ” นายไพบูลย์กล่าว

นอกจากนี้ ธปท.ยังได้คาดการณ์เงินเฟ้อพื้นฐานปีนี้ไว้ที่ระดับ 1.7% เท่าเดิมกับการประมาณการเมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว ส่วนปีหน้าคาดไว้ที่ 1.6% ส่วนเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 2.8% เท่าเดิมกับที่คาดไว้ครั้งก่อน สวนปีหน้าคาดไว้ที่ 2.6% ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดปีนี้คาดว่าจะเกินดุล 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากปีที่แล้วที่คาดว่าจะเกินดุล 2,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนปีหน้าคาดว่าจะเกินดุลเพียง 900 ล้านเหรียญสหรัฐ ด้านดุลการค้าปีนี้คาดว่าจะเกินดุล 8,400 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 8,100 ล้านเหรียญสหรัฐ และปีหน้าคาดว่าจะเกินดุลการค้าที่ 1.01 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

นายไพบูลย์ กล่าวว่า อย่างไรก็ดีแม้ทิศทางเศรษฐกิจปีนี้จะปรับดีขึ้น แต่ยังต้องติดตามประเด็นความเสี่ยงจากความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้าย ความเสี่ยงจากการเร่งตัวขึ้นของสินเชื่อและหนี้ครัวเรือน รวมถึงผลจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทรอบสองต่อเศราบกิจและเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิดต่อไป จากความพยายามแก้ไขปัญหาด้วยการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น

&<2288;

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย