posttoday
ตลท.ฝันมูลค่าซื้อขายแสนล.ใน5ปี

ตลท.ฝันมูลค่าซื้อขายแสนล.ใน5ปี

16 มกราคม 2556

บอร์ดตั้งเป้าเตรียมออกสินค้าบรรยงค้านเอสเอ็มอีเข้าตลาด

บอร์ดตั้งเป้าเตรียมออกสินค้าบรรยงค้านเอสเอ็มอีเข้าตลาด

ตลาดหลักทรัพย์ตั้งเป้า 5 ปี มูลค่าซื้อขายแตะ 1 แสนล้านบาทต่อวัน “บรรยง” ค้านเข็นเอสเอ็มอีเข้าตลาดหุ้น อัดแปรรูปรัฐวิสาหกิจเป็นเพียงมายาคติ

นายภควัต โกวิทวัฒนพงศ์ อุปนายกสมาคมและประธานคณะกรรมการบริหาร สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทยและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา (TNITY) เปิดเผยว่า คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้มีการหารือช่วงปลายปี 2555 ที่ผ่านมา โดยมีการกำหนดเป้าหมายในเบื้องต้นว่าใน 5 ปีข้างหน้า (2556-2560) ต้องการให้มูลค่าการซื้อขายหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 1 แสนล้านบาทต่อวัน โตหลายเท่าตัวจากปีที่ผ่านมาเฉลี่ยอยู่ที่ 3 หมื่นล้านบาท

“ตัวเลขดังกล่าวเพื่อให้มีเป้าหมายในการทำงาน และเมื่อมีเป้าหมายแล้วค่อยมาคิดเพื่อให้สินค้าเกิด โดยการทำงานของตลาดหลักทรัพย์หลังจากนี้ไปจะเป็นไปในเชิงทำการตลาดมากขึ้น เพื่อคิดหาสินค้าใหม่นำเสนอให้กับนักลงทุน เพราะระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์เองก็มีความพร้อม สามารถรองรับกับปริมาณธุรกรรมที่จะเพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิม” นายภควัต กล่าว

สำหรับสินค้าหลักที่จะผลักดันให้มูลค่าการซื้อขายเป็นไปตามเป้าหมาย นั้น ขึ้นอยู่กับภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปและการจัดทำโปรโมชัน นอกจากนี้ ในอนาคตอันใกล้นี้จะมีกองทุนโครงสร้างพื้นฐานและกองทุนอสังหาริมทรัพย์เป็นตัวช่วย

ด้านนายบรรยง พงษ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารเกียรตินาคิน กล่าวในฐานะผู้วิจารณ์ในหัวข้อ “แนวทางการสร้างสมดุลของโครงสร้างบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย” ว่า โดยส่วนตัวไม่เห็นด้วยว่าจะต้องสร้างความสมดุลให้สัดส่วนของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) ของตลาดทุนใกล้เคียงกับขนาดของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ตามประเด็นที่ผู้นำเสนอผลวิจัยเสนอมา เพราะสัดส่วนรายได้ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) บางส่วน ยกตัวอย่างเช่น บริษัท บ้านปู (BANPU) มีรายได้จากการขายในต่างประเทศ ซึ่งไม่ได้สะท้อนกับการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ

นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มีสัดส่วนในการสร้างเศรษฐกิจถึง 37% ของจีดีพี ในจำนวนนี้ 12% ของจีดีพี เป็นเอสเอ็มอีขนาดกลาง และอีก 25% เป็นเอสเอ็มอีขนาดเล็ก โดยส่วนตัวไม่สนับสนุนแนวคิดกระตุ้นให้เอสเอ็มอีเข้าตลาดหุ้น เพราะปัจจัยการผลิตของเอสเอ็มอียังไม่ถึงขั้นต้องพึ่งพิงตลาดทุน ซึ่งมีต้นทุนในการระดมทุนที่แพง ไม่คุ้มค่า แนวทางที่เหมาะสมในการระดมทุนของเอสเอ็มอีควรรวมตัวกันเป็นคลัสเตอร์หรือสหกรณ์น่าจะดีกว่า

ทั้งนี้ นายบรรยงยังได้กล่าวถึงการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ว่า ในฐานะที่เป็นที่ปรึกษาแปรรูปรัฐวิสาหกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์มาแล้ว 11 ตัว สามารถระบุได้ว่าการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่ผ่านมาไม่ได้เป็นการแปรรูปโดยสมบูรณ์ เป็นเพียงการเพิ่มบทบาทของตลาดทุนเท่านั้น และเป็นมายาคติของสังคมที่เชื่อกันว่าการแปรรูปจะช่วยให้บริษัทมี ความโปร่งใสมากขึ้น และประชาชนมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของ

“การแปรรูปรัฐวิสาหกิจจะสมบูรณ์แบบก็ต่อเมื่อรัฐมนตรีไม่มีอำนาจในการตั้งคณะกรรมการของบริษัทที่แปรรูป” นายบรรยง กล่าว

ในแต่ละปีรัฐวิสาหกิจจะมีงบประมาณรวมกัน 4 ล้านล้านบาท คิดเป็น 37% ของจีดีพี รวมแล้วมีขนาดใหญ่กว่างบประมาณค่าใช้จ่ายประจำปีของรัฐบาลที่มีขนาด 2 ล้านล้านบาท

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน