
เข้ม18ม.ค.ห้ามพรีเพดกำหนดวันหมดอายุ
กสทช. ดีเดย์ 18 ม.ค. ค่ายมือถือห้ามกำหนดวันหมดอายุพรีเพด โชว์บัตรประชาชนทุกครั้งก่อนลงทะเบียนใช้
กสทช. ดีเดย์ 18 ม.ค. ค่ายมือถือห้ามกำหนดวันหมดอายุพรีเพด โชว์บัตรประชาชนทุกครั้งก่อนลงทะเบียนใช้
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยหลังหารือกับผู้ให้บริการระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ว่า ที่ประชุมได้มีข้อสรุปให้วันที่ 18 ม.ค.นี้ ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายต้องไม่กำหนดวันหมดอายุในระบบโทรศัพท์แบบเติมเงิน (พรีเพด) อย่างเด็ดขาด ส่วนการเก็บข้อมูลของผู้ใช้บริการระบบพรีเพด จะต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชน และใส่หมายเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ก่อนลงทะเบียนใช้บริการให้แก่ร้านค้า
ข้อสรุปของ กสทช.ภายหลังเรียกผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกราย (โอเปอเรเตอร์) 5 ราย ประกอบไปด้วย บริษัท ทีโอที , บริษัท กสท โทรคมนาคม , บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) , บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เพื่อทำความเข้าใจในกรณีไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ กสทช.ใน 3 เรื่องคือ การไม่เก็บข้อมูลของของผู้ใช้บริการในระบบเติมเงิน (พรีเพด) และ การกำหนดวันหมดอายุในระบบพรีเพด ที่ประชุมได้มีข้อสรุปให้วันที่ 18 ม.ค.นี้ ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกราย ต้องไม่กำหนดวันหมดอายุในระบบ พรีเพด อย่างเด็ดขาด ส่วนการเก็บข้อมูลของผู้ใช้บริการระบบพรีเพด จะต้องให้ใช้บัตรประจำตัวประชาชน และใส่หมายเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ก่อนลงทะเบียนใช้บริการให้แก่ร้านค้า
สำหรับประชาชนที่เติมเงินในระบบพรีเพดก่อนวันที่ 18 ธ.ค. จะไม่มีผลบังคับใช้ตามข้อตกลงใหม่ เนื่องจากได้เติมเงินก่อนการตกลงที่เกิดขึ้น รวมทั้งผู้ประกอบการจะไม่สามารถไปเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการในระบบพรีเพดย้อนหลังได้ โดยการกำหนดข้อมูลประชาชนที่เติมเงินผ่านพรีเพดนั้น ผู้ประกอบการจะต้องทำหนังสือออกประกาศมาที่ กสทช. เพื่อยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติตาม ส่วนบัตรพรีเพดที่ค้างอยู่ในระบบจำนวนมากนั้น ผู้ประกอบการต้องบริหารจัดการให้ได้ก่อนวันที่ 18 ม.ค.นี้ หลังจากนั้นจะไม่มีบัตรพรีเพดกำหนดวันหมดอายุอีกต่อไป
นายฐากร กล่าวว่า ส่วนการกำหนดค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเสียง (วอยซ์) นาทีละ 99 สตางค์นั้น ที่ประชุมได้มีมติให้ผู้ให้บริการ 2 ราย คือ เอไอเอส และดีแทค ปรับโครงสร้างราคาแพ็กเกจตามที่ กสทช. กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด หากไม่ปฏิบัติตามต้องชำระค่าปรับให้แก่ กสทช. วันละ 1 แสนบาท และจะปรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามวันที่กระทำความผิด
ที่ประชุมในครั้งนี้ กสทช. ได้เปิดช่องให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ สามารถยื่นข้อเสนอกรณีไม่สามารถกำหนดวันหมดอายุบัตรพรีเพดได้ ซึ่งในหลักเกณฑ์เบื้องต้นนั้น เห็นว่าวันหมดอายุที่ควรกำหนดจะอยู่ที่ 30 วันเป็นอย่างน้อย โดยเป็นช่องว่างทางกฎหมายที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถดำเนินการยื่นข้อเสนอมาที่ กสทช. ได้ ภายในวันที่ 10 ก.พ.นี้ ซึ่งจะมีการประชุมเพื่อให้ได้ข้อสรุปออกมาอย่างชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง
สำหรับเรื่องการกำหนดอัตราค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (ค่าไอซี) นั้น ให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือต้องสรุปให้ได้ภายในวันที่ 10 ก.พ.นี้เช่นกัน
ขณะที่การจ่ายค่าปรับในกรณีที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ไม่ยอมปฏิบัติตามข้อกำหนดของ กสทช.นั้น หากเป็นค่าปรับที่ต้องจ่ายตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดได้มีมติออกมาแล้ว ก็ต้องดำเนินการจ่ายทันที ส่วนผู้ประกอบการที่มีความจำเป็นไม่สามารถจ่ายค่าปรับได้นั้น ก็ต้องทำหนังสือชี้แจงมาถึงเหตุผลที่ไม่สามารถจ่ายได้ เพื่อให้ กสทช.พิจารณาอีกครั้ง และคงต้องมีการหารือเรื่องดังกล่าวต่อไปนอกจากนี้ กสทช. มีข้อมูลเรื่องการร้องเรียนด้านกิจการโทรคมนาคมในปี 2555 ที่ผ่านมาพบว่า มีเรื่องร้องเรียนรวม 2,265 เรื่อง เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ที่มีเรื่องร้องเรียนรวม 2,184 เรื่อง โดยบริษัทที่มีเรื่องร้องเรียนมากที่สุดคือ เอไอเอส รองลงมา ดีแทค และ ทรูมูฟ ซึ่งการร้องเรียน เรื่องโทรศัพท์มือถือมากที่สุด รองลงมาเรื่อง อินเตอร์เน็ต โทรศัพท์พื้นฐาน และสถานีวิทยุคมนาคม







