posttoday
วิกฤตแรงงานสาหัสหนักจุดตายธุรกิจอสังหาฯปี'56

วิกฤตแรงงานสาหัสหนักจุดตายธุรกิจอสังหาฯปี'56

10 มกราคม 2556

ปีที่แล้ววิกฤตแรงงานว่าหนักแล้ว แต่ปีนี้จะสาหัสยิ่งกว่า และอาจจะกลายเป็นจุดตายสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้เลยทีเดียว

ปีที่แล้ววิกฤตแรงงานว่าหนักแล้ว แต่ปีนี้จะสาหัสยิ่งกว่า และอาจจะกลายเป็นจุดตายสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้เลยทีเดียว

“ปัญหาแรงงานจะหนักที่สุด แม้ว่าปีนี้จะมีโอกาสในการขายมากขึ้น แต่จะไม่มีคนทำ เพราะแรงงานจะขาดแคลนหนัก ซึ่งไม่ใช่แค่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น ยังรวมไปถึงธุรกิจที่ต้องพึ่งพาแรงงานจำนวนมากอย่างเช่น ประมง สินค้าแปรรูป สินค้าเกษตร เป็นต้น ก็จะประสบปัญหาเดียวกัน และจะเป็นตัวฉุดเศรษฐกิจในปีนี้” อธิป พีชานนท์ ประธานสมาคมการค้ากลุ่มก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ให้ความเห็น

ปัญหาการขาดแคลนแรงงานเกิดขึ้นมาต่อเนื่อง และเริ่มยกระดับความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อแรงงานในภาคการก่อสร้างทั้งที่เป็นแรงงานไทยและต่างด้าวทยอยย้ายกลับไปทำมาหากินในภูมิลำเนาเดิม เมื่อสินค้าภาคเกษตรได้รับการดูแลผ่านนโยบายประชานิยมของรัฐบาล ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเริ่มเปิดประเทศรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แรงงานต่างด้าวจึงหันหัวกลับไปขุดทองในบ้านตัวเองแทน

แต่ที่กลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่ทำให้วิกฤตแรงงานสาหัสยิ่งขึ้น เมื่อรัฐเตรียมส่งกลับแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า กัมพูชา และลาว ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติจำนวน 2.6 แสนคน กลับประเทศ แม้ว่าจะเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีให้ผ่อนผันอีก 3 เดือนก็ตาม แต่การจะพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในไทยไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างเช่นแรงงานพม่าที่เข้ามาส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อยที่อยู่ตามตะเข็บชายแดน การจะให้รัฐบาลกลางรับรองตัวตนคงเป็นเรื่องลำบาก

อธิป กล่าวว่า หากมีการผ่อนผันให้ 3 เดือน หลังจากนั้นแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาอย่างไม่ถูกต้องจะถูกส่งกลับไปเป็นส่วนใหญ่ เพราะไม่สามารถจะพิสูจน์สัญชาติได้ ซึ่งแรงงานกลุ่มนี้คิดเป็นสัดส่วนราวๆ 1 ใน 3 ของแรงงานต่างด้าว ถ้าแรงงานส่วนนี้หายไป และไม่มีมาตรการอื่นๆ มาช่วยบรรเทาปัญหา จะเกิดการช็อกตลาด เพราะหาแรงงานมาเสริมไม่ทัน

ดังนั้น หากจะไม่ให้เกิดปัญหารุนแรง จะต้องพยายามเร่งแก้ปัญหาภายใน 3 เดือนที่มีการผ่อนผัน โดยภาคเอกชนได้เสนอให้มีการขยายเขตแรงงานให้เป็นระดับจังหวัด หรือกลุ่มจังหวัด เพราะปัจจุบันแรงงานต่างด้าวไม่สามารถทำงานข้ามเขตได้ ขณะที่งานบางประเภท เช่น ภาคการก่อสร้าง ที่ต้องย้ายไปตามไซต์งานที่ต่างๆ ไม่เหมือนโรงงานอุตสาหกรรมที่ทำงานอยู่เฉพาะในโรงงาน จึงไม่สามารถใช้กฎเดียวกันได้

นอกจากการขาดแคลนแรงงานที่จะยังคงสร้างปัญหาใหญ่หลวงให้กับผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้แล้ว การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ ที่ใช้กันมาตั้งแต่ 1 ม.ค. 2556 เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ซ้ำเติมให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประสบความยากลำบากมากยิ่งขึ้น ทั้งในแง่ต้นทุนที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะโครงการที่พัฒนาในต่างจังหวัด ส่วนใน กทม.และปริมณฑลจะเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานมากยิ่งขึ้น เพราะแรงงานจะย้ายกลับบ้านในต่างจังหวัดเมื่อได้ค่าแรงที่เท่ากัน

กฤษดา จันทร์จำรัสแสง อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า แรงงานจะย้ายถิ่นกลับบ้านเมื่อได้ค่าแรงที่เท่ากัน จะทำให้แรงงานใน กทม.ขาดแคลนหนักขึ้น ขณะเดียวกันผู้รับเหมาจะจ้างงานลดลงจากที่เคยจ้างทั้งพ่อ แม่ ลูก แต่เมื่อค่าแรงงานขยับขึ้นก็อาจจะเหลือจ้างแค่คนเดียวหรือ 2 คน และสุดท้ายจะจ้างงานในลักษณะเหมาตามชิ้นงาน แรงงานที่มีฝีมือและขยันก็จะได้งานเยอะ แต่คนที่ไร้ฝีมือก็จะต้องตกงานไปโดยปริยาย ซึ่งปัญหาจะสะท้อนออกมาชัดเจนใน 36 เดือนข้างหน้านี้

ภายใน 3 เดือน 6 เดือนข้างหน้า หากยังไม่สามารถหาหนทางแก้ไขปัญหาแรงงานในระยะสั้นได้ ทุกธุรกิจที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมากๆ จะตกอยู่ในอาการชะงักงัน โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เรื่องของแรงงานจะเป็นตัวชี้ขาดอนาคตของบริษัทกันเลยทีเดียว จึงไม่แปลกที่บริษัทรายใหญ่จะล็อกผู้รับเหมาเอาไว้ล่วงหน้า และพร้อมที่จะจ่ายค่าแรงเพิ่มให้หากสามารถทำงานได้เสร็จตามเวลาที่ตั้งไว้

อย่างไรก็ตาม การมีผู้รับเหมาอยู่ในมือก็ใช่ว่าจะราบรื่น เพราะปัญหาหลักคือแรงงานที่หาได้ยาก อาจจะทำให้งานก่อสร้างล่าช้าออกไป หรือจำเป็นต้องปรับกระบวนการขายใหม่ โดยยืดเวลาการก่อสร้างออกไปเฉลี่ยอีก 10% ของที่เคยสร้างกันโดยประมาณ ผู้ประกอบการจะเผื่อเวลาไว้ในสัญญาจะซื้อจะขาย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับผู้ซื้อบ้าน

สำหรับโครงการที่ใช้สัญญาเดิม ผู้ประกอบการคงต้องลุ้นกันยาวๆ ว่า โครงการจะเสร็จทันตามกำหนดหรือไม่ ซึ่งหากพลาดเป้าก็หมายความว่า รายได้ต่างๆ จะพลาดเป้าไปด้วย ซึ่งเริ่มสะท้อนให้เห็นกันแล้วในไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา และจะชัดเจนและสาหัสขึ้นในปีนี้ เช่นเดียวกับผู้ซื้อคงต้องลุ้นกันเหนื่อยว่าจะได้บ้านตามกำหนด และที่สำคัญคุณภาพดีพอกับเงินที่จ่ายไปหรือไม่ และเชื่อว่าปัญหาเรื่องคุณภาพบ้านจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับปีนี้

ส่วนผู้ประกอบการรายเล็กนั้นแทบไม่ต้องพูดถึง เมื่อไม่มีคอนเนกชันที่ดีกับผู้รับเหมา โอกาสที่จะเปิดโครงการใหม่ก็ย่อมลำบาก เพราะผู้รับเหมาถูกผู้ประกอบการรายใหญ่รุมจองตัวไว้หมดแล้ว ปีนี้จึงเป็นปีที่หนักหนาสากรรจ์สำหรับผู้ประกอบการรายเล็กๆ อีกปี

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน