
ไอซีทีหนุนหลังกสทฯไม่คืนคลื่น1800เมกฯ
ประมูลคลื่น 4จี วุ่น ไอซีทียืนยันไม่ให้ กสทฯ คืนคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ให้ กสทช.
ประมูลคลื่น 4จี วุ่น ไอซีทียืนยันไม่ให้ กสทฯ คืนคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ให้ กสทช.
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ต้องการให้บริษัท กสท โทรคมนาคม ยังคงถือครองคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่สามารถพัฒนาสู่เทคโนโลยี 4จี ได้ เพื่อดำเนินธุรกิจสร้างรายได้ให้กับ กสทฯ ต่อไป หลังจากที่สัญญาสัมปทานของบริษัท ดิจิตอลโฟน (ดีพีซี) และทรูมูฟ จะสิ้นสุดเดือน ก.ย. 2556 แม้ว่าคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต้องการเรียกคืนก็ตาม
ทั้งนี้ เบื้องต้น กสทฯ อยู่ระหว่างเจรจากับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งทางไอซีทีในฐานะผู้กำกับดูแล กสทฯ อยากเห็นทุกอย่างยุติในขั้นเจรจา เพราะหากตกลงกันไม่ได้ กสทฯ มีสิทธิฟ้องศาลเพื่อให้มีคำตัดสินในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากทั้ง กสทฯ และ กสทช. มีสิทธิดำเนินการถือครองและเรียกคืนคลื่นตามกฎหมาย
“เข้าใจว่า กสทช.ดำเนินตาม พ.ร.บ.กสทช. ที่เขียนไว้ชัดเจนว่า การบริหารจัดการคลื่นจะต้องดำเนินการให้เกิดประโยชน์กับประชาชน แต่การที่ กสทฯ ถือครองคลื่นต่อไป เพื่อไม่ให้ลูกค้าดีพีซีและทรูมูฟได้รับผลกระทบจากการสิ้นสุดสัญญา ก็ถือเป็นการสร้างประโยชน์ต่อผู้ใช้เช่นกัน” รมว.ไอซีที กล่าว
สำหรับแผนธุรกิจของ กสทฯ หลังสัมปทานสิ้นสุด จะปรับตัวสู่การเป็นผู้ให้บริการและให้เช่าใช้โครงข่าย ซึ่งจะสอดคล้องกับประกาศการใช้เสาสถานีฐานร่วมกัน (Infrastructure Sharimg) ในการติดตั้งโครงข่าย 3จี ของ กสทช. ดังนั้น กสทฯ ควรให้ความสำคัญในจุดแข็งที่มีอยู่มากกว่าจะเน้นการทำตลาดให้บริการเอง ซึ่งไม่ได้มีศักยภาพเทียบเท่าเอกชน
ก่อนหน้านี้ นายเจษฎา ศิวรักษ์ เลขานุการประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ได้เคยระบุถึงปัญหาของการประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ว่า อาจไม่สามารถเปิดประมูลได้ในปี 2556 ตามแผนที่ กทค.วางไว้ เนื่องจาก กสทฯ แสดงความจำนงชัดเจนว่าไม่ต้องการคืนคลื่นหลังหมดสัมปทานกลับมาที่ กทค. และในครั้งนี้หากเกิดปัญหา กสทฯ สามารถยื่นฟ้องศาลปกครองได้ เพราะถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง
อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดปัญหาการฟ้องร้องในการจัดประมูลคลื่น 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ทำให้ กทค. ต้องทบทวนการเปิดประมูลคลื่นในอนาคตของ กทค.ทั้งหมด คือ 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ 2.3 และ 2.6 กิกะเฮิรตซ์ เพราะทั้ง 4 คลื่นถือเป็นคลื่นที่มีผู้ถือครองอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งจะเกิดปัญหาที่ซับซ้อนกว่าเดิมเมื่อเทียบกับคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ที่ไม่มีผู้ถือครอง แต่ก็ยังเกิดปัญหาค่อนข้างมาก







