
การลงทุนในทองคำปี 2555
จะขอสรุปภาพรวมของตลาดทองคำที่ผ่านมาในช่วงปี 2555 เป็น 2 ประเด็น คือ
จะขอสรุปภาพรวมของตลาดทองคำที่ผ่านมาในช่วงปี 2555 เป็น 2 ประเด็น คือ
1.การเคลื่อนไหวของราคาเป็นการแกว่งในกรอบที่ Swing ค่อนข้างมาก
2.การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะกับสภาพตลาดที่เปลี่ยนไป
ภาพรวมของราคาทองคำปี 2555
ราคาทองคำเริ่มต้นที่ระดับ 1,550 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์โดยประมาณ และได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเกือบ 2 เดือน โดยปรับตัวสูงขึ้น 250 เหรียญสหรัฐ หรือกว่า 15% ไปทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,800 เหรียญสหรัฐ หลังจากนั้นก็ได้ปรับตัวลดลงมาโดยตลอดเป็นเวลากว่า 5 เดือน จากข่าวทางด้านยุโรปที่มีปัญหาทางด้านการเงิน กดดันให้ค่าเงินยูโรปรับตัวลดลงมา ทำให้ทองคำปรับตัวลดลงตาม หลังจากที่ตลาดได้รับข่าว QE 3 ในช่วงปลายเดือน ส.ค. ราคาทองคำก็ดีดตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วไปทดสอบระดับ 1,800 เหรียญสหรัฐอีกครั้งหนึ่งในช่วงเดือน ก.ย. แต่แล้วก็มีแรงเทขายให้ปรับตัวลดลงมาเช่นเดิม ราคาทองปรับตัวลดลงจนถึงเดือน ธ.ค. โดยไปทำจุดต่ำสุดในช่วงเดือน ธ.ค. ประมาณ 1,635 เหรียญสหรัฐ โดยในช่วงปลายเดือน ธ.ค. ที่ปรับตัวลดอย่างรุนแรงจากความไม่มั่นใจใน Fiscal Cliff และการที่ตลาดถ่ายเทเงินสู่ค่าเงินดอลลาร์โดยเฮดจ์ฟันด์ขนาดใหญ่
MTS Gold ชี้ให้เห็นประเด็นของการเคลื่อนไหวของราคาทองคำอย่างมากเป็น 2 ช่วงใหญ่ๆ คือ
1.ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 15% แต่แล้วก็กลับตัวลดลงมา 12% และดีดขึ้นไปใหม่อีก 13% และก็กลับตัวลดลงอีก 10% ในช่วงปลายปี ตามกราฟที่แนบมาให้ดู
2.สิ่งที่สำคัญก็คือการที่ราคาทองแกว่งตัวอย่างรุนแรงในรอบ 3 เดือน ครั้งละ 1015% ดังนั้น การจะเป็นนักลงทุนระยะยาวของทองคำในปี 2555 ดูจะไม่ประสบความสำเร็จเอง จากผลตอบแทนในรูปของค่าเงินดอลลาร์ ถ้าท่านถือทองแล้วอยู่เฉยๆ จากต้นปีถึงปลายปีจะได้ผลตอบแทน 6% ในขณะที่ผลตอบแทนในรูปของค่าเงินบาทกลับลดลงมาเหลือเพียง 2% เนื่องจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างมากในช่วงปลายปี จากการที่มีเงินไหลเข้ามาในตลาดการลงทุนของไทย ผ่าน QE 3 เป็นอย่างมาก
ประเด็นที่น่าสนใจต่อไปก็คือ การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสมกับตลาดที่เปลี่ยนไปในปี 2555 ต่างหาก
จากกราฟข้างต้นและจากการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จะเห็นถึงความผันผวนที่รวดเร็วและรุนแรง MTS Gold จึงแนะนำให้นักลงทุนปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เป็นการเก็งกำไรในระยะสั้นๆ 15 วันเท่านั้น ซึ่งมีโอกาสได้ผลตอบแทนสูง สำหรับการลงทุนในระยะยาวของทองคำ น่าจะมองผลตอบแทนในระยะไม่เกิน 3 เดือน จากเดิมที่ทองคำมองผลตอบแทนที่ 12 ปี นั่นหมายความว่าตลาดทองคำเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในเชิงสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อการลงทุนมากขึ้น จนน่าที่จะนำมาใช้เป็นการเก็งกำไรในระยะสั้นๆ เท่านั้น เพื่อป้องกันความเสี่ยง เพราะเราพบว่านักลงทุนที่ลงทุนในระยะมากกว่า 10 วัน เริ่มมีความเสี่ยงในการถือครองค่อนข้างมากจากการแกว่งตัวของทองคำอย่างรวดเร็วและรุนแรง อันจะเห็นได้จากกราฟแท่งเทียนที่มีการปรับตัวรวดเร็วและสูงมากขึ้น จึงแนะนำกลยุทธ์เพื่อปรับเปลี่ยนในการทำกำไรได้ง่ายขึ้น
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
MTS Gold ยังวิเคราะห์ว่าทองคำเป็นสินทรัพย์น่าลงทุนในการถือครองมากกว่า 1 เดือน และหาจังหวะในการเข้าช้อนซื้อเมื่อราคาทองคำอ่อนตัวบริเวณ 1,650 เหรียญสหรัฐได้ อย่างไรก็ตาม อย่าลืมมี Stop Loss อยู่ในใจ ถ้าราคาเกิดหลุด 1,650 เหรียญสหรัฐลงมา จะด้วยเหตุใดๆ ในการแปลผล Fiscal Cliff ก็ตาม ก็น่าที่จะทำ Stop Loss เผื่อเหลือเผื่อขาดไว้บริเวณ 1,648 เหรียญสหรัฐ
ขอให้โชคดีในการลงทุน และในปี 2556 ที่มาถึงนี้ MTS Gold ขออำนวยพรจากคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายได้โปรดดลบันดาลให้ท่านผู้อ่านและนักลงทุนในทองคำทุกท่านประสบความสำเร็จในการลงทุน สามารถทำกำไรได้ทั้งในสภาวะตลาดขาขึ้นและตลาดขาลง เป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จในทุกสภาพ ตลาดของทองคำ และขอพรอันประเสริฐนำมาสู่ท่านและครอบครัวให้มีความสุขและสมหวัง อุดมด้วย
อายุ วรรณะ สุขะ พละ ตลอดไปในปี 2556 เทอญ







