
ลอยตัวแอลพีจี
กระทรวงพลังงานเดินหน้าปรับโครงสร้าง โดยเฉพาะแผนการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ซึ่งในปี 2555 ได้ปรับขึ้นราคาภาคขนส่งและภาคอุตสาหกรรมไปแล้ว ส่วนภาคครัวเรือนตรึงราคาไว้ถึงสิ้นปี 2555 และเตรียมปรับราคาในช่วงต้นปี 2556 เช่นกัน
กระทรวงพลังงานเดินหน้าปรับโครงสร้าง โดยเฉพาะแผนการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ซึ่งในปี 2555 ได้ปรับขึ้นราคาภาคขนส่งและภาคอุตสาหกรรมไปแล้ว ส่วนภาคครัวเรือนตรึงราคาไว้ถึงสิ้นปี 2555 และเตรียมปรับราคาในช่วงต้นปี 2556 เช่นกัน
เหตุผลของการปรับราคาแอลพีจี เพราะต้องการลดภาระรายจ่ายของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ต้องเข้าไปอุดหนุนราคาและการชดเชยการนำเข้าแอลพีจีจากต่างประเทศ ซึ่งเฉลี่ยมีรายจ่ายเดือนละ 3,000-4,000 ล้านบาท จนปัจจุบันเกิดเป็นภาระสะสม ทำให้กองทุนน้ำมันฯติดลบอยู่ 1.7 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ ต้องการให้แอลพีจีมีราคาสะท้อนราคาตลาดโลกรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 เพื่อป้องกันไม่ให้มีแอลพีจีไหลออกไปประเทศเพื่อนบ้านในราคาที่ได้รับการอุดหนุนจากไทย
ทั้งนี้ ภาครัฐได้ปรับราคาแอลพีจีภาคขนส่งไปแล้ว 4 ครั้ง เดือนละ 75 สต./กก. เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. มีราคาอยู่ที่ 21.13 บาท/กก. หลังจากนั้นได้ตรึงราคาไว้ ในขณะที่แอลพีจีภาคอุตสาหกรรมปรับราคาขายปลีกไตรมาสละ 3 บาท/กก. ซึ่งปรับขึ้นทั้งหมด 4 ครั้ง เริ่มตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. 2554 โดยปรับราคาครั้งสุดท้ายวันที่ 1 เม.ย.2555 ราคาขายปลีกอยู่ที่ 30.13 บาท/กก.
อย่างไรก็ตาม แอลพีจีทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคขนส่งจะต้องปรับขึ้นให้สะท้อนราคาตลาดโลก พร้อมๆ กับการปรับราคาในภาคครัวเรือนช่วงต้นปี 2556 ซึ่งจะปรับในลักษณะแบบขั้นบันได
ด้านแผนการปรับราคาแอลพีจีภาคครัวเรือน จะทยอยปรับราคาไม่เกินเดือนละ 50 สต./กก. โดยจะมีมาตรการบรรเทาผลกระทบให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่คาดว่าจะมีอยู่ประมาณ 9 ล้านครัวเรือน ซึ่งจะช่วยเหลือกับกลุ่มครัวเรือนเดือนละ 6 กก. ส่วนกลุ่มหาบเร่ แผงลอย ช่วยเหลือ 100-150 กก./เดือน







