
คปภ.ไฟเขียวลอยตัวเบี้ยประกัน
ขยายเพดานราคาขั้นต่ำสูงรองรับลูกค้าซื้อคุ้มครองพุ่ง
ขยายเพดานราคาขั้นต่ำสูงรองรับลูกค้าซื้อคุ้มครองพุ่ง
ปี 2556 คปภ. ไฟเขียวขยายเพดานเบี้ยขั้นสูงต่ำ รองรับลูกค้าทะลัก บีบโครงสร้างธุรกิจเปลี่ยน
นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เห็นชอบขยายเพดานอัตราเบี้ยประกันภัยพื้นฐานขั้นต่ำและขั้นสูงให้กว้างขึ้น เพื่อรองรับลูกค้าที่จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก เช่น ลูกค้าประกันรถยนต์ตามโครงการรถคันแรก 1 ล้านคัน คาดเบี้ยรวมจะถึง 2 แสนล้านบาท เพื่อให้เกิดการปรับปรุงราคาเบี้ยประกันให้สอดคล้องและใกล้เคียงกับความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละกลุ่ม เช่น เบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจประเภท 1 สูงสุดอยู่ที่ 1.2 หมื่นบาท และขั้นต่ำอยู่ที่ 7,600 บาท จะมีการขยายให้กว้างขึ้นกว่าเดิม
“เราได้มอบหมายให้สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัยทำการศึกษาถึงความเหมาะสม ว่าควรจะขยายเพดานได้อีกกี่เปอร์เซ็นต์ โดยจะเริ่มศึกษาในปี 2556” นายจีรพันธ์ กล่าว
นายจีรพันธ์ กล่าวว่า ผลที่ตามมาคือจะทำให้โครงสร้างการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปเหมือนกับประเทศที่เจริญแล้ว เช่น การบริการประกันภัยรถยนต์ จะเกิดการรวบรัดขั้นตอนเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ด้วยการดึงสมาร์ตโฟนเข้ามาใช้ เพื่อให้ลูกค้าทำเคลมขนาดเล็กเอง ซึ่งในประเทศที่เจริญแล้วการซ่อมรอยขีดข่วนเล็กๆ จะไม่มี และค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท จะทำให้ค่าบริการของอู่ซ่อมรถจะถูกปรับราคาค่าซ่อมขึ้น
สำหรับช่องทางการขายจะง่ายต่อการใช้บริการของลูกค้า เช่น ออนไลน์ โทรศัพท์จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเพื่อรองรับความต้องการซื้อประกันของลูกค้า
ขณะที่ประกันรายบุคคล เช่น ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันสุขภาพ โครงสร้างจะเปลี่ยนไปด้วย จะเห็นกรมธรรม์ความคุ้มครองที่ต่ำลง เพื่อดึงให้เบี้ยต่ำ ผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงความคุ้มครองได้ง่ายขึ้น ควบคู่กับกรมธรรม์ที่มีความคุ้มครองสูงขึ้นและเบี้ยต่อกรมธรรม์ก็จะสูงขึ้น เข้าถึงลูกค้าที่มีความต้องการสลับซับซ้อนได้ครอบคลุมมากขึ้น
“ที่บริษัทประกันวินาศภัยกลัว คือ การบริการจัดการสินไหมจะทำอย่างไร ให้เกิดความถูกต้อง ไม่รั่วไหล และได้คุณภาพ เป็นวิทยายุทธ์ที่แต่ละบริษัทจะต้องทำให้ดี ถ้าไม่สามารถสร้างความสมดุลได้จะกระทบด้านลบต่อผลประกอบการของบริษัทและต่อภาพลักษณ์ของบริษัท” นายจีรพันธ์ กล่าว







