posttoday
ยอดรถพ.ย.พุ่งทุบสถิติสูงสุดของปี

ยอดรถพ.ย.พุ่งทุบสถิติสูงสุดของปี

26 ธันวาคม 2555

ยอดรถพ.ย.พุ่ง1.4แสนคันถล่มสถิติสูงสุดของปีอีกครั้ง ชี้รวม11เดือน1.29 ล้านคัน คาดเดือนธ.ค.ยังโตต่อเนื่องจากผู้ใช้สิทธิโค้งสุดท้ายรถคันแรก

ยอดรถพ.ย.พุ่ง1.4แสนคันถล่มสถิติสูงสุดของปีอีกครั้ง ชี้รวม11เดือน1.29 ล้านคัน คาดเดือนธ.ค.ยังโตต่อเนื่องจากผู้ใช้สิทธิโค้งสุดท้ายรถคันแรก
         
นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทยเปิดเผยถึงสถิติการจำหน่ายรถยนต์เดือน พ.ย. 2555 ว่า ตลาดรวมรถยนต์เดือน พ.ย. มีปริมาณการจำหน่ายอยู่ที่ 148,243 คัน เพิ่มขึ้น 447.6%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 77,743 คัน เพิ่มขึ้น 509.9% รถเพื่อการพาณิชย์70,500 คัน เพิ่มขึ้น 445.8% รวมทั้งรถกระบะขนาด 1 ตัน จำนวน60,805 คัน เพิ่มขึ้น 621.2%
         
ทั้งนี้ ยอดจำหน่ายรวมเดือนพ.ย. ถือได้ว่าเป็นการทำลายสถิติสูงสุดยอดขายต่อเดือน ซึ่งอัตราการเติบโตที่เพิ่มสูงขึ้นดังกล่าว ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเดือน พ.ย. ในปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมยานยนต์ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ประกอบกับความต้องการรถยนต์ที่เพิ่มสูงขึ้นจากการเร่งใช้สิทธินโยบายรถยนต์คันแรก และการปรับเพิ่มกำลังการผลิตของทุกค่ายรถยนต์ทำให้สามารถส่งมอบรถยนต์ได้มากขึ้น
         
นอกจากนี้ ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศสะสม 11 เดือน มีจำนวน 1,291,659 คัน เพิ่มขึ้น74.7%เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 79.7% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 70.5% เนื่องจากความต้องการของตลาดรถยนต์ในประเทศเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากตั้งแต่ต้นปีประกอบกับทุกค่ายรถยนต์สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้สูงขึ้นสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้ ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ปีนี้สร้างสถิติใหม่อย่างต่อเนื่อง
         
นายวุฒิกร กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ในเดือน ธ.ค. จะเติบโตต่อเนื่องปัจจัยหลักคือการเร่งใช้สิทธิรถยนต์คันแรกให้ทันภายในปีนี้ และการรับจองของค่ายรถยนต์จากงานมอเตอร์ เอกซ์โป ที่มียอดจองกว่า8.5 หมื่นคันประกอบกับยอดค้างจองสะสมทั้งจากรถยนต์รุ่นยอดนิยม และรถยนต์รุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเช่นเดียวกับค่ายรถยนต์ใหญ่อย่างบริษัท ฮอนด้าออโตโมบิล (ประเทศไทย) มองภาพรวมตลาดรถยนต์ในปี2556 ยังโตยอดกว่า 1.2 ล้านคัน ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยยอดค้างส่งมอบรถยนต์ (แบ็กออร์เดอร์) รวมจากโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรกในปี 2555 ที่ตัวเลขจากกรมสรรพสามิตประกาศคาดการณ์ใช้สิทธิเกิน 1.2 ล้านราย ส่วนภาพรวมตลาดในปีนี้คาดว่าอยู่ที่ 1.4-1.43 ล้านคัน
         
ขณะที่กำลังการผลิตของทุกบริษัทรวมกันคาดว่าจะส่งมอบได้ในปีนี้เพียง 7 แสนคัน ซึ่งจะส่งผลให้มีแบ็กออร์เดอร์ของทุกบริษัทรวม 5 แสนคัน ต้องไปส่งมอบในปี 2556 จึงคาดว่าตลาดปีหน้า จะไม่ลดลงมากอย่างที่กังวลกันมากนัก

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน