
การทบทวนและวางแผนการเงินรับปีใหม่
แม้ลมหนาวยังมาไม่ถึงแต่เทศกาลปีใหม่ก็ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วนะครับ พวกเราก็คงตั้งหน้ารอที่จะแลกเปลี่ยนของขวัญและอวยพรปีใหม่กัน หลายๆ คนก็รอรับโบนัสและหลายๆ คนก็รอที่จะไปเที่ยววันหยุดยาว ซึ่งปีนี้ถ้าใครไม่ได้จองที่พักไว้แต่เนิ่นๆ แล้วจะไปเสี่ยงหาเอาข้างหน้าก็คงจะหาที่พักยากสักหน่อยนะครับ ส่วนหลายๆ คนก็ถือโอกาสใช้วันหยุดยาวมาสะสางสิ่งต่างๆ ที่คั่งค้างมาจากปีที่กำลังจะผ่านไป ซึ่งก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่เราควรจะทบทวนว่าสิ่งใดที่ได้ทำไปแล้วและควรจะปรับปรุงอะไรในปีที่จะมาถึง หรือสิ่งใดที่เรายังไม่ได้ทำและควรจะต้องเริ่มต้นทำซะทีโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ การทบทวนเรื่องการเงินของเราที่ควรจะทำอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อที่เราจะได้มองย้อนกลับไปว่าเราใช้จ่ายอะไรที่ไม่คุ้มค่าหรือไม่ควรทำหรือไม่ รวมทั้งเราพลาดโอกาสดีๆ สำหรับการลงทุนและการลดหย่อนภาษีไปหรือไม่ เพื่อจะได้เป็นบทเรียนในการก้าวสู่ปีใหม่อย่างมั่นคง ซึ่งก็มีวิธีการทบทวนง่ายๆ ดังนี้ครับ
แม้ลมหนาวยังมาไม่ถึงแต่เทศกาลปีใหม่ก็ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วนะครับ พวกเราก็คงตั้งหน้ารอที่จะแลกเปลี่ยนของขวัญและอวยพรปีใหม่กัน หลายๆ คนก็รอรับโบนัสและหลายๆ คนก็รอที่จะไปเที่ยววันหยุดยาว ซึ่งปีนี้ถ้าใครไม่ได้จองที่พักไว้แต่เนิ่นๆ แล้วจะไปเสี่ยงหาเอาข้างหน้าก็คงจะหาที่พักยากสักหน่อยนะครับ ส่วนหลายๆ คนก็ถือโอกาสใช้วันหยุดยาวมาสะสางสิ่งต่างๆ ที่คั่งค้างมาจากปีที่กำลังจะผ่านไป ซึ่งก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่เราควรจะทบทวนว่าสิ่งใดที่ได้ทำไปแล้วและควรจะปรับปรุงอะไรในปีที่จะมาถึง หรือสิ่งใดที่เรายังไม่ได้ทำและควรจะต้องเริ่มต้นทำซะทีโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ การทบทวนเรื่องการเงินของเราที่ควรจะทำอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อที่เราจะได้มองย้อนกลับไปว่าเราใช้จ่ายอะไรที่ไม่คุ้มค่าหรือไม่ควรทำหรือไม่ รวมทั้งเราพลาดโอกาสดีๆ สำหรับการลงทุนและการลดหย่อนภาษีไปหรือไม่ เพื่อจะได้เป็นบทเรียนในการก้าวสู่ปีใหม่อย่างมั่นคง ซึ่งก็มีวิธีการทบทวนง่ายๆ ดังนี้ครับ
1.ตั้งเป้าหมายทางการเงินที่สมเหตุสมผล เราคงไม่ปฏิเสธนะครับว่าใครๆ ก็อยากที่จะเป็นคนรวยรวมทั้งตัวเราเองด้วย ซึ่งในชีวิตจริงนั้นการตั้งเป้าหมายที่เราจะลงมือทำก็ควรจะเริ่มต้นในสิ่งที่เราสามารถทำได้แม้ว่ามันจะเป็นก้าวเล็กๆ แต่ถ้าเราก้าวอย่างมั่นคงและสม่ำเสมอ ก้าวเล็กๆ ของเราก็จะสามารถพาเราไปสู่ดวงดาวได้ ทุกวันนี้สถาบันการเงินต่างๆ ก็มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินมากมายให้เลือกที่จะออมเงินและลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการฝากเงิน การลงทุนในกองทุนรวม การลงทุนในหุ้น หรือการซื้อประกันชีวิต เป็นต้น
ปัจจุบันสถาบันการเงินต่างๆ นั้นมีการจัดหน่วยงานที่ปรึกษาทางการเงินไว้คอยให้คำแนะนำ ก็ลองไปใช้บริการกันดูนะครับแม้ว่าเราจะยังไม่ค่อยมีเงินออมมากนัก หรือแม้กระทั่งยังมีหนี้สินอยู่ก็สามารถขอคำปรึกษาเขาได้ เพราะเขามักจะมีคำแนะนำดีๆ ให้เสมอเผื่อจะทำให้เราสามารถไปถึงดวงดาวที่หวังไว้ได้เร็วขึ้น หรืออาจจะไปได้ไกลกว่าที่เราฝันไว้ก็ได้
2.วางแผนในการใช้เงินทั้งระยะสั้นและระยะยาว เราอาจจะซื้อที่อยู่อาศัย หรือขยับขยายที่มีอยู่ให้ใหญ่ขึ้นตามกำลังของเรา ซึ่งจะเป็นการผูกพันหนี้ก้อนใหญ่ไปประมาณ 20 ปีทีเดียว แต่ก็ถือว่าเป็นการลงทุนในทรัพย์สินอย่างหนึ่งโดยเฉพาะในภาวะที่ดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัยอยู่ในระดับต่ำ และราคาของที่อยู่อาศัยนั้นนับวันก็มีแต่จะแพงขึ้น หลายๆ คนก็ซื้อรถยนต์ที่อาจทำให้เราเป็นหนี้ไป 45 ปี
นอกจากนั้น จะมีค่าน้ำมัน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามมาเช่น ค่าซ่อมบำรุง ค่าที่จอดรถ ซึ่งเราควรจัดสรรเงินเผื่อไว้ด้วย สำหรับบางคนก็วางแผนในการชำระหนี้ที่คงค้างอยู่ หรือ Refinance หนี้ไปยังสถาบันการเงินที่เสนออัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่า และบางคนก็อาจจะซื้อกระเป๋า นาฬิกา โทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ หรือแม้กระทั่งเก็บออม แต่ไม่ว่าเราจะมีแผนการอะไรเราก็ควรทำรายการต่างๆ และรวมงบประมาณให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วเปรียบเทียบกับรายได้ที่เราสามารถหาได้ใน 1 ปี ให้มีความสมดุลกัน ที่สำคัญคือเราควรมีงบประมาณสำรองหรือที่เรียกว่าก๊อกสอง ไว้บ้างเผื่อหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินเราจะได้ไม่เดือดร้อนครับ
3.เรียนรู้จากประสบการณ์ในปี 2555 ที่กำลังจะผ่านไป สิ่งใดที่เราทำได้ดี และเป็นประโยชน์ก็ควรทำต่อไป หรือมีสิ่งไหนที่เราต้องแก้ไขปรับปรุงก็ควรแก้ไข แล้วลองพิจารณาดูว่าปีที่ผ่านมานี้เราได้ลดหนี้สินที่มีอยู่หรือก่อหนี้เพิ่มขึ้นหรือไม่ หรือเราพลาดโอกาสในการลงทุนดีๆ ไปหรือไม่ หรือผลตอบแทนจากการที่เราลงทุนเป็นอย่างไรควรจะต้องปรับกลยุทธ์ในการลงทุนหรือไม่ รวมทั้งเราใช้จ่ายในสิ่งที่ฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็นมากเกินไปหรือไม่ ซึ่ง Charles A. Jaffe ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับการเงินหลายเล่มได้พูดไว้ว่า เงินเดือนหรือรายได้ ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้คุณรวยหรอก แต่นิสัยในการใช้เงินของคุณต่างหากที่จะทำให้คุณรวยได้ ดังนั้นเราควรเริ่มต้นปีใหม่ด้วยนิสัยในการใช้เงินตามความจำเป็น และเก็บออมหรือลงทุนให้มากขึ้น
4.เราควรวางแผนภาษีตั้งแต่เริ่มต้นปีใหม่ โดยการใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีให้เต็มที่ไม่ว่าจะเป็นสิทธิลดหย่อนจากการลงทุนในกองทุน LTF หรือ RMF และการทำประกันชีวิต ซึ่งการลดหย่อนภาษีที่มากขึ้นก็หมายถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นของเรานั่นเอง เมื่อเราได้มีการวางแผนภาษีตั้งแต่ต้นปีเราก็สามารถแจ้งให้นายจ้างหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้เราในจำนวนที่น้อยลง ทำให้เราไม่ต้องไปขอคืนภาษีในปีถัดไป ซึ่งถือว่าเป็นการเสียโอกาสที่จะนำเงินนั้นไปลงทุนในระหว่างปี ที่เราอาจจะได้ผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นอีกด้วยครับ
เมื่อเราได้มีการทบทวนรวมทั้งวางแผนเรื่องการเงินในปีที่จะมาถึงแล้ว สิ่งที่สำคัญที่จะให้เราประสบความสำเร็จตามแผน คือการลงมือทำและปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัด รวมทั้งมีแผนรองรับเมื่อมีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ซึ่งเมื่อถึงเดือน ธ.ค.ของปีหน้าเราจะมีความภาคภูมิใจในความสำเร็จ และมีสถานะการเงินที่มั่นคงขึ้น
ก่อนที่จะจากกันในปีนี้ ผมขออวยพรให้ทุกท่านมีสุขภาพที่แข็งแรงโดยทั่วกัน และประสบความสำเร็จในด้านการเงิน การงาน และชีวิตครอบครัว แล้วพบกันใหม่ในปีหน้าครับ







