posttoday
แอสเซทพลัสรอซื้อหุ้น

แอสเซทพลัสรอซื้อหุ้น

29 มีนาคม 2553

 

เชื่อดัชนีย่อก่อนวิ่ง820-850 ออกกองทุนใหม่ขอกำไร10%

 โพสต์ทูเดย์ — บลจ.แอสเซท พลัส มองหุ้นไทยไกล 820850 จุด ฉวยออกกองทุนใหม่ รอช้อนหุ้นช่วงปรับฐาน ตั้งเป้ากำไร 10% ใน 1 ปี

นางลดาวรรณ เจริญรัชต์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส เปิดเผยว่า จากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้าหุ้นไทยต่อเนื่อง หลังจากที่มีการปรับลดสัดส่วนการลงทุนในช่วงเดือนม.ค.และก.พ.ที่ผ่านมา ส่งผลดีต่อกองทุนตราสารทุนโดยเฉพาะกลุ่มกองทุน Smart Series ทั้ง 3 กองทุนที่มีเป้าหมายทยอยทำกำไรให้กับผู้ลงทุนได้ต่อเนื่อง บริษัทจึงออกกองทุนเปิดแอสเซทพลัสสมาร์ท 4 (ASPSMART4) ขายวันที่ 26 มี.ค.1 เม.ย.นี้

กองทุน ASPSMART4 อายุโครงการ 1 ปี มีเป้าหมายการสร้างผลตอบแทนสุทธิที่ระดับ 10% โดยเริ่มทยอยทำกำไรด้วยวิธีการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ เมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนปรับขึ้นผ่านจุดที่มีมูลค่าเท่ากับ 10.50 บาท หรือ 5% ของเงินลงทุนเริ่มแรกและปิดกองทุนเมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนผ่านระดับ 11.00 บาท หรือเมื่อครบอายุกองทุน 1 ปี แล้วแต่เหตุการณ์ใดจะเกิดก่อน

“กองทุน SMART Seriesสามารถสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้ต่อเนื่อง โดยกองทุนเปิดแอสเซทพลัสสมาร์ท (ASPSMART) ได้รับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนคิดเป็น 65% ของเงินลงทุนเริ่มแรก ขณะที่กองทุนเปิดแอสเซทพลัสสมาร์ท 2 (ASPSMART2) และกองทุนเปิดแอสเซทพลัสสมาร์ท 3 (ASPSMART3) รับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติรวม 10% และ 5% ตามลำดับ”นางลาดวรรณกล่าว

มูลค่าหน่วยลงทุนปรับตัวเพิ่มขึ้นผ่านระดับที่กำหนดจนสามารถรับซื้อคืนหน่อยลงทุนอัตโนมัติให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน (Auto Redemption) ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

“กองทุน SMART Series สามารถสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้ต่อเนื่อง โดยกองทุน ASPSMART ได้รับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนคิดเป็น 65% ของเงินลงทุนเริ่มแรก ขณะที่กองทุน ASPSMART2 และ กองทุน ASPSMART3 รับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติรวม 10% และ 5% ตามลำดับ” นางลดาวรรณ กล่าว

“ในระยะยาวบริษัทมีมุมมองในเชิงบวกกับตลาดหุ้นไทย นอกจากได้ผลดีจากเงินไหลเข้าจากปัจจัยพื้นฐานของภูมิภาคเอเชียที่แข็งแกร่งและแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาคแล้ว พื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มดีขึ้นจากการส่งออกและตัวเลขเศรษฐกิจที่กลับมาเป็นวัฎจักรขาขึ้น ซึ่งคาดว่าจะมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ยที่ระดับ 3.03.5% จะเป็นปัจจัยสำคัญผลักดันให้หุ้นปรับตัวขึ้นได้” นางลดาวรรณ กล่าว

สำหรับระดับดัชนีในปัจจุบันแถว 770780 จุด มีอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (พี/อี) ที่ประมาณ 12 เท่า ยังอยู่ระดับต่ำเมื่อเทียบกับตลาดในเอเชีย ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนของไทยยังเติบโตแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กับอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ จงคาดว่าดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นที่ 820850 จุด ในปีนี้ที่พี/อี 1314 เท่า หรือประมาณ 1020% จากระดับดัชนีปัจจุบัน ซึ่งสอดคล้องกับภูมิภาค จึงเป็นจังหวะเหมาะในการออกกองทุน

อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นช่องทางให้กับผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสูงขึ้นจากการปรับตัวของตลาดหลักทรัพย์ โดยมีผู้จัดการกองทุนเป็นผู้ทยอยสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุนตามจังหวะตลาดแต่ละช่วง ซึ่งจากผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่องของกองทุน SMART Series ทั้ง 3 กองทุน ทำให้ผู้ลงทุนเชื่อมั่นในวิธีการลงทุนดังกล่าวที่เน้นการบริหารความเสี่ยงในการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และให้ผลตอบแทนที่เติบโตอย่างสม่ำเสมอ มองว่าในระยะสั้นมีโอกาสที่ตลาดจะเริ่มปรับฐานหลังจากหุ้นต่อเนื่องตลอดเดือน มี.ค. กว่า 70 จุด สะท้อนจากการเปิดสถานะ Short ในตลาดอนุพันธ์ อาจทำให้มีแรงขายทำกำไรออกมา รวมถึงปัจจัยการเมืองที่ยังไม่ชัดเจน ซึ่งจะทำให้กองทุนมีโอกาสเข้าลงทุนในกลุ่มหุ้นเป้าหมายของกองทุน เมื่อราคาปรับลงมาในระดับต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน โดยคาดว่าดัชนีน่าจะ ปรับลดลงมาที่ 740760 จุด ซึ่งเป็นระดับที่ควรเข้าลงทุน

นางลดาวรรณ กล่าวว่า หุ้นที่กองทุนจะเข้าลงทุนอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและชิ้นส่วนยานยนต์ พลังงาน ธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจเกษตร กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม การแพทย์ อิเล็กทรอนิกส์และพาณิชย์

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน