
นิทานสองภาษา
เมื่อเร็วๆ นี้ ธนาคารกรุงเทพ ร่วมกับสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น ได้จัดมอบหนังสือนิทานสองภาษาทั้งไทยและอังกฤษมอบให้แก่โรงเรียนในสังกัดสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร 437 แห่ง และห้องสมุดประชาชนในกรุงเทพมหานคร 37 แห่ง ที่ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ถนนสีลม
เมื่อเร็วๆ นี้ ธนาคารกรุงเทพ ร่วมกับสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น ได้จัดมอบหนังสือนิทานสองภาษาทั้งไทยและอังกฤษมอบให้แก่โรงเรียนในสังกัดสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร 437 แห่ง และห้องสมุดประชาชนในกรุงเทพมหานคร 37 แห่ง ที่ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ถนนสีลม
โดยมีรองผู้ว่าฯ ทยา ทีปสุวรรณ โกสิน เทศวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร และ ปราณี สัตยประกอบ รองผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร
พร้อมตัวแทนคุณครูจากโรงเรียนต่างๆ ในสังกัดกรุงเทพฯ และตัวแทนจากห้องสมุดประชาชนในสังกัดกรุงเทพฯ รับมอบ ซึ่งโครงการนี้ได้ใช้งบในการจัดทำไปกว่า 8 ล้านบาท
น่าดีใจแทนเด็กๆ กรุงเทพฯ ที่จะได้มีหนังสือนิทานดีๆ รูปภาพสวยๆ ได้ดูได้อ่านกัน ซึ่งดูแล้วก็เหมาะกับเด็ก 3 ช่วงวัย คือ กลุ่มอายุ 0-9 เดือน 9 เดือน3 ขวบ และ 3-5 ขวบ
หนังสือชุดนี้มีทั้งหมด 24 เล่ม หรือ 24 เรื่อง ซึ่งเป็นหนังสือที่สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นได้นำเข้าลิขสิทธิ์จากสำนักพิมพ์ Yeowon จากเกาหลีใต้ แล้วแปลเป็นไทย
ซึ่งในหนังสือนิทานสองภาษานี้ ทั้งเรื่อง ทั้งภาพ ได้นำเสนอผ่านเทคนิค 5 เทคนิคที่เหมาะสมกับการเรียนรู้ของแต่ละวัยเป็นอย่างดี
ทั้งเล่าปากเปล่า เล่าโดยใช้อุปกรณ์ใกล้ตัว เล่าโดยใช้หนังสือประกอบการเล่า เล่าโดยใช้ภาพประกอบ เล่าโดยใช้ศิลปะเข้าช่วย เช่น การวาดรูป การพับกระดาษ เป็นต้น
เรียกว่าเป็นการเตรียมความพร้อมด้านภาษาให้แก่เด็กไทย ก่อนที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มตัวในปี พ.ศ. 2558
และที่สำคัญปี 2556 เป็นปีที่กรุงเทพฯ ได้รับเกียรติจากองค์การ UNESCO ให้เป็น “เมืองหนังสือโลก” หรือ World Book Capital 2013
ทว่า บทบาทสำคัญที่หนังสือเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อเด็กๆ ก็คงต้องขึ้นอยู่กับคุณครูเป็นสำคัญ
เพราะหนังสือเมื่อไปอยู่ในห้องสมุดโรงเรียนแล้วจะต้องไม่ถูกเก็บไว้เหมือนในตู้พระไตรปิฎก คุณครูจะนำออกมาใช้ในการสอนเด็กๆ มิใช่เก็บไว้
ทั้งนี้ ในการเล่าให้เด็กๆ ฟังนั้นก็ต้องโดยใช้เทคนิคต่างๆ เข้าช่วย ต้องเล่าให้มีรสชาติ มีอรรถรส เพื่อให้เด็กเกิดความสนใจ ฟังแล้วเกิดความสนุกบันเทิง เกิดจินตนาการ และมีความสุข
อย่าลืมว่าการเล่านิทานให้เด็กๆ ฟังนั้นช่วยเสริมไอคิวหรือความฉลาดทางปัญญา และเสริมอีคิวหรือความฉลาดทางอารมณ์ให้กับเด็กได้อย่างอัศจรรย์
ข้อดีของนิทานมีผลต่อพัฒนาการของเด็กๆ มากมาย อาทิ ช่วยบ่มเพาะศีลธรรมทางอ้อมให้กับเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นนิทานของชาติไหน ภาษาไหน ก็จะแฝงด้วยศีลธรรมเอาไว้เสมอ
นอกจากนี้ นิทานยังทำให้เด็กรู้สึกสนุก และไม่รู้สึกว่าถูกสอน ช่วยให้คุณค่ามากกว่าที่เราคิด ไม่ใช่แค่ความฝัน ไม่ใช่แค่จินตนาการ แต่เป็นเนื้อเดียวกันกับชีวิต
นิทานเป็นสะพานสำคัญที่ช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างวัย ระหว่างผู้ใหญ่กับเด็ก ระหว่างพ่อแม่กับลูก ระหว่างครูกับนักเรียน
ที่สุดแล้วนิทานก็สร้างความผูกพันในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าการพูดคุยกันในชีวิตประจำวันจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวได้ในระดับหนึ่ง
แต่ถ้าเรามีเนื้อเรื่องสนุกสนาน ภาพสวยๆ มีคำน่ารักๆ จะช่วยจูงใจในการพูดคุยได้มาก







