
ธุรกิจประกันโตโดดเด่นพร้อมเปิดเสรีอาเซียน
รมว.คลัง คาด จีดีพีไทยปีนี้โต 6% ดันธุรกิจประกันภัยขยายตัวต่อเนื่อง
รมว.คลัง คาด จีดีพีไทยปีนี้โต 6% ดันธุรกิจประกันภัยขยายตัวต่อเนื่อง
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทย และประมาณการอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ปี 2555 ที่ 6% แนวโน้มของธุรกิจประกันภัยซึ่งมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 3 ธุรกิจประกันภัยมีอัตราการเติบโตถึง 19.08% มีเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งสิ้นกว่า 4.06 แสนล้านบาท รวมทั้งการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการประกันภัย ซึ่งมีส่วนสำคัญในการปรับสมดุลให้กลไกตลาดการประกันภัยสามารถกลับมาทำงานได้อย่างปกติ และการเตรียมความพร้อมเพื่อการเปิดเสรีภาคธุรกิจประกันภัย
ทั้งนี้ ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีนายทะเบียนประกันภัยอาเซียน ครั้งที่ 15 (The 15th ASEAN Insurance Regulators Meeting : The 15th AIRM) ระหว่างวันที่ 12-14 ธันวาคม 2555 ที่โรงแรมแชงกรีลา โดยเป็นการหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันของภาครัฐและองค์กรด้านประกันภัย 4 องค์กร ประกอบด้วย ASEAN Insurance Council (AIC) , ASEAN Council of Bureaux (CoB) , ASEAN Insurance Education Committee (AIEC) และ ASEAN Natural Disasters REsearch Works Sharing (ANDREWS)
โดยมีการหารือในการพัฒนาธุรกิจประกันภัยในมุมมองของภาคเอกชน ความร่วมมือระบบการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับอาเซียน (ASEAN Scheme of Compulsory Motor Vehicle Insurance) การพัฒนาทรัพยากรบุคคลของธุรกิจประกันภัยและการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติของอาเซียน รวมทั้ง ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน ข้อเสนอแนะต่างๆ และแนวทางแก้ไขปัญหาแก่ภาครัฐ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ให้กรอบนโยบายการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยและการดำเนินธุรกิจประกันภัยเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจประกันภัยสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจอาเซียนให้เติบโตอย่างมั่นคง
พร้อมกันนี้ ยังหยิบยกผลการประชุมรัฐมนตรีคลังอาเซียน ครั้งที่ 16 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการจัดทำการประกันความเสี่ยงจากมหันตภัย (Catastrophe risk insurance) รวมถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพรวมธุรกิจประกันภัยในอาเซียน ภาวะเศรษฐกิจโลก แนวโน้มและการพัฒนาธุรกิจประกันภัย ตลอดจนมาตรการการดำเนินการด้านต่างๆ ของประเทศสมาชิกฯ เพื่อเพิ่มสัดส่วนเบี้ยประกันภัยต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ และกรอบการกำกับดูแลด้านเงินกองทุนและความมั่นคงทางการเงินของประเทศสมาชิกอาเซียน (Capital and Solvency Regimes in ASEAN) อีกทั้ง ได้มีการหารือถึงแนวทางในการพัฒนาการกำกับดูแลฯ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล







