posttoday
แบงก์ยอมให้กู้100%แม้สำรองเพิ่ม

แบงก์ยอมให้กู้100%แม้สำรองเพิ่ม

10 ธันวาคม 2555

แบงก์เมินมาตรการคุมสินเชื่อบ้าน ลุยปล่อยกู้เต็ม 100% ยอมกันสำรองเพิ่ม

แบงก์เมินมาตรการคุมสินเชื่อบ้าน ลุยปล่อยกู้เต็ม 100% ยอมกันสำรองเพิ่ม

นายวิชิต พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะปล่อยกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยแนวราบให้ลูกค้า 100% ในบางโครงการโดยไม่นำเงื่อนไข Loan To Value (แอลทีวี) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มาบังคับใช้ โดยธนาคารยอมที่จะเลือกใช้วิธีการกันสำรองหนี้เพิ่มเป็น 75% ในส่วนเงินกู้ 5% ที่เกินไปให้กับลูกค้าแทน เพราะตลาดสินเชื่อบ้านในขณะนี้มีการแข่งขันสูงมาก

“วิธีนี้เป็นลูกเล่นทางการตลาด ถ้าหากต้องการดึงลูกค้าให้มาก แบงก์ก็ต้องยอมกันสำรองเพิ่มในส่วนที่ให้สินเชื่อเกิน ซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร” นายวิชิต กล่าว

นายวิชิต กล่าวว่า แม้ ธปท. บังคับใช้เกณฑ์แอลทีวีกับสินเชื่อที่อยู่อาศัยแนวสูง โดยให้ธนาคารปล่อยกู้ไม่เกิน 90% ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2554 แต่ปัจจุบันธนาคารกลับเลือกวิธีให้เงินกู้ลูกค้าที่ขอสินเชื่อคอนโดมิเนียมเต็ม 100% โดยในส่วนของ 10% ซึ่งเกินจากเกณฑ์ที่ ธปท.กำหนด ธนาคารยอมกันสำรองหนี้เพิ่มเป็น 75% ขณะที่สินเชื่อในส่วนที่ไม่เกิน 90% ธนาคารก็กันสำรองหนี้เพียง 35% เพราะถ้าไม่เลือกวิธีนี้ก็มีความเสี่ยงสูญเสียส่วนแบ่งตลาด

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2556 ธปท.กำหนดให้นำมาตรการแอลทีวีมาใช้สำหรับผู้ซื้อที่อยู่อาศัยแนวราบในราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท โดยให้ธนาคารปล่อยกู้ได้ไม่เกิน 95%

นายวิชิต กล่าวว่า มาตรการนี้เป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยให้ลูกค้าที่คิดจะซื้อที่อยู่อาศัยมีวินัยทางการเงิน ต้องมีการวางแผนการออมเพื่อเก็บเป็นเงินดาวน์ ซึ่งการที่ลูกค้าจะเก็บเงินได้ในระดับหนึ่ง ก็เป็นการสะท้อนคุณภาพลูกค้าได้ด้วย ทำให้ลูกค้าไม่สามารถจับเสือมือเปล่า

ด้านนายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคาร กสิกรไทยให้สินเชื่อที่อยู่อาศัย 80-95% ของราคาซื้อขาย แต่ส่วนที่เหลืออีก 5-10% ลูกค้าสามารถขอสินเชื่อเพื่อการตบแต่ง ซึ่งอยู่ในกลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคลได้เพิ่มอีกส่วนหนึ่ง หากต้องการขอสินเชื่อซื้อที่อยู่อาศัยได้เต็ม 100% แต่ลูกค้าก็ต้องยอมจ่ายดอกเบี้ยแพงขึ้น เพราะดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่จะอ้างอิงจากเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) แล้วลดลงมาอีก 0.25-0.50% ในขณะที่สินเชื่อเพื่อการตบแต่งจะอ้างอิงดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (เอ็มอาร์อาร์) ซึ่งสูงกว่าเอ็มแอลอาร์

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าเกณฑ์แอลทีวีสำหรับที่อยู่อาศัยแนวราบจะไม่กระทบต่อผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ เพราะผู้ประกอบการและธนาคารต่างก็หาทางเลือกให้ลูกค้าในภาวะที่ตลาดมีการแข่งขันสูง

นายชาติชาย กล่าวว่า คาดว่าปีหน้าจะปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้าใหม่ได้ 5 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงกับปีนี้ โดยสินเชื่อคงค้างจะอยู่ที่ 2.1-2.2 แสนล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่