
กทค.ให้ใบอนุญาต 3 จี แล้ว
หลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ยื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจ่ายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการจัดประมูลคลื่นความถี่ 3จี เนื่องจากผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีอำนาจฟ้องร้องโดยตรง จึงสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากระบบ ส่งผลให้ กสทช.เร่งเดินหน้า 3จี ต่อทันที
หลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ยื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจ่ายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการจัดประมูลคลื่นความถี่ 3จี เนื่องจากผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีอำนาจฟ้องร้องโดยตรง จึงสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากระบบ ส่งผลให้ กสทช.เร่งเดินหน้า 3จี ต่อทันที
ล่าสุด พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ได้ประชุมเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่าที่ประชุม กทค.มีมติ 4 ต่อ 1 อนุมัติให้ใบอนุญาตให้บริการ (ไลเซนส์) 3จี คลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ แก่เอกชนทั้ง 3 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค และบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ โดยจะมอบไลเซนส์ให้เอกชนอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 ธ.ค.นี้
ทั้งนี้ ไลเซนส์จะมีอายุ 15 ปี นับตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค. และคาดว่าเอกชนจะเริ่มเปิดให้บริการได้ในหัวเมืองใหญ่ช่วงเดือน เม.ย. 2556 โดย กทค.ได้กำหนดเงื่อนไขแนบท้ายการออกไลเซนส์เกี่ยวกับอัตราค่าบริการเฉลี่ยชั่วคราวก่อนมีการออกประกาศราคาแบบชั่วคราว ให้ค่าบริการ 3จี ต้องถูกลงกว่าค่าบริการโดยเฉลี่ยของบริการโทรศัพท์ในปัจจุบัน 15% เพื่อเป็นข้อปฏิบัติสร้างความมั่นใจและหลักประกันในบริการแก่ผู้ใช้บริการ
อย่างไรก็ตาม การลดค่าบริการ 3จี ลงนั้น จะดำเนินการในลักษณะของความร่วมมือกับเอกชน เนื่องจากการหารือในเบื้องต้น เอกชนทั้ง 3 ราย ไม่เห็นด้วยกับการที่ กสทช.กำหนดค่าบริการล่วงหน้า โดยที่ยังไม่ทราบเม็ดเงินการลงทุนทั้งหมด และได้เสนอต่อ กสทช.แล้วว่าภายใต้บริการ 3จี ผู้ใช้จะได้ใช้บริการบนโครงข่ายที่มีความเร็วสูงขึ้น ดังนั้นแม้ว่าราคาจะเท่าเดิม ก็เท่ากับเป็นการลดราคาให้กับผู้ใช้อยู่แล้ว
ตั้งกรรมการสอบข้าวจีทูจี
หลังจากโดนฝ่ายค้านถล่มในประเด็นสัญญาขายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) อย่างหนัก ว่ามีความไม่ชอบมาพากล โดยเฉพาะเงินที่ได้จากการขายข้าวให้รัฐวิสาหกิจจีน กลับเป็นเงินที่โอนมาจากธนาคารในประเทศ ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจจีน และยังมีบริษัทคนไทยไปเกี่ยวข้องกับการขายข้าวครั้งนี้ ส่งผลให้ บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ได้สั่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจตรวจสอบสัญญาขายข้าวจีทูจีโดยมีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน โดยให้ระยะเวลา 15 วัน ในการตรวจสอบ
ทั้งนี้ ข้อสรุปที่ได้จากการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ บุญทรง ระบุว่า จะมีการแถลงข่าวใหญ่ในสัปดาห์หน้า เพื่อชี้แจงกรณีขายข้าวสัญญาจีทูจีที่เป็นประเด็นสงสัยทั้งหมด โดยเฉพาะการนำผลตรวจสอบสัญญาขายข้าวจีทูจีย้อนหลัง 3 ปี ซึ่งอยู่ในสมัยรัฐบาลชุดที่แล้วมาเปรียบเทียบกับสัญญาขายข้าวจีทูจีปัจจุบันว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร
สำหรับกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนประเด็นข้าวและโครงการรับจำนำข้าวตามที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นฟ้องนั้น บุญทรง ระบุว่า ไม่หนักใจและพร้อมให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช. โดยยืนยันว่าการระบายข้าวได้ทำตามหลักสากล ไม่ได้ทำอะไรที่ผิดจากอดีตที่เคยทำมา
เงินเฟ้อ พ.ย.โต 2.74%
การแถลงข่าวดัชนีราคาผู้บริโคคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือน พ.ย. 2555 พบว่าเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 2.74% เทียบกับเดือน พ.ย. 2554 ส่งผลให้เงินเฟ้อเฉลี่ย 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย.) 2555 เพิ่มขึ้น 2.96% เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2554 ทำให้เงินเฟ้อปีนี้จะไม่เกินระดับ 3% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ประมาณการไว้ว่าเงินเฟ้อจะโต 3.1-3.3%







