
‘ยิ่งลักษณ์’สั่งบีโอไอให้สิทธิทุนไทยในทวาย
ยิ่งลักษณ์สั่ง “บีโอไอ” ศึกษาให้สิทธิประโยชน์นักลงทุนไทยในนิคมอุตสาหกรรมทวาย
ยิ่งลักษณ์สั่ง “บีโอไอ” ศึกษาให้สิทธิประโยชน์นักลงทุนไทยในนิคมอุตสาหกรรมทวาย
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการเตรียมความพร้อมโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) พิจารณาให้สิทธิประโยชน์แก่บริษัทที่มีการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย
“เราได้ให้บีโอไอไปคิดมาว่านักลงทุนที่ลงทุนในนิคมฯ ทวาย จะได้รับสิทธิประโยชน์ อะไรบ้าง เช่น ให้สิทธินำสินค้ามาขายในไทยหรือขนส่งสินค้าผ่านไทยได้ หรือโรงงานผลิตเหล็กที่ตั้งในนิคมฯ ทวาย และส่งเหล็กเข้าซัพพลายอุตสาหกรรมในไทยจะได้สิทธิประโยชน์อย่างไร รวมทั้งให้สิทธิประโยชน์แก่บริษัทไทยที่ไปลงทุนในทวายด้วย” นายชัชชาติ กล่าว
นายชัชชาติ ระบุว่า วันที่ 16-17 ธ.ค.นี้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง ประธานคณะกรรมการร่วมระดับสูงระหว่างไทยเมียนมาร์ เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายฯ (JHC) และคณะอนุกรรมการฝ่ายไทย 6 ชุด จะไปเยือนกรุงเนย์ปิดอว์ ประเทศเมียนมาร์ เพื่อหารือกับฝ่ายเมียนมาร์ จัดทำแผนแม่บท หรือมาสเตอร์แพลนพัฒนาทวาย
ทั้งนี้ การจัดทำมาสเตอร์แพลนพัฒนา ทวายจะต้องแล้วเสร็จภายในไตรมาสแรกปี 2556 และมาสเตอร์แพลนดังกล่าวจะบอกว่าโครงการมีอะไรบ้าง การก่อสร้างในแต่ละเฟส และวงเงิน
พร้อมทั้งระบุสิทธิประโยชน์ที่รัฐบาลไทยและเมียนมาร์จะให้สิทธิแก่นักลงทุน เพื่อเป็นข้อมูลให้นักลงทุนทั่วโลกได้เห็นภาพว่าการลงทุนเป็นไปได้และคุ้มค่า
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยยืนยันว่าจะไม่มีการให้เงินสนับสนุนทางตรงในการพัฒนาพื้นที่ทวาย แต่จะให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิค โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ท่าเรือ รถไฟ และระบบ สาธารณูปโภคต่างๆ รวมทั้งสนับสนุนรัฐวิสาหกิจหรือเอกชนไทยไปลงทุนในพื้นที่นี้
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการ JHC ครั้งที่ 2 วันที่ 16-17 ธ.ค.นี้ จะหารือการจัดทำแผนแม่บทพัฒนาเขตเศรษฐกิจทวาย และคาดว่าไทยและพม่าจะจัดทำแผนแม่บทฉบับสมบูรณ์ได้เสร็จในช่วงไตรมาสแรกของปี 2556
สำหรับการเดินทางลงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือน้ำลึกทวายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และประธานาธิบดีเต็งเส่ง ของเมียนมาร์ รวมทั้งนักลงทุน ที่เดิมกำหนดลงพื้นที่กลางเดือน ธ.ค.นั้น ที่ประชุมขอให้เลื่อนไปเป็นต้นปีหน้า เพื่อให้ทั้งฝ่ายไทยและเมียนมาร์เร่งจัดทำแผนแม่บทการลงทุนด้านต่างๆ ให้ชัดเจนก่อน
สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างถนนไปยังทวายนั้น ขณะนี้เริ่มแล้วสร้างถนนแม่สอด-เมียวดีกอกาเรก รับประตู AEC งบประมาณ1,114 ล้านบาท







