
ประกันอัด "โฆษณา" สังคมได้อะไร
เหลือเวลาอีกไม่ถึง 2 เดือน ปี 2555 กำลังจะผ่านพ้นไป แต่การจัดกิจกรรมการตลาด กิจกรรมเพื่อสังคม การโฆษณา
เหลือเวลาอีกไม่ถึง 2 เดือน ปี 2555 กำลังจะผ่านพ้นไป แต่การจัดกิจกรรมการตลาด กิจกรรมเพื่อสังคม การโฆษณา
โดย...วารุณี อินวันนา
การออกบูธในงานมหกรรมการเงิน การลงทุน ของบริษัทประกันชีวิตยังมีรายการที่ต้องทำต่อเนื่องยาวเหยียดไปถึงสิ้นปี
ขณะที่ 9 เดือนของปี เบี้ยประกันรับรวมมีทั้งสิ้น 2.78 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.4% และคาดว่าปี 2555 จะเติบโตสูงถึง 15% หรือเบี้ยรับรวม 3.78 แสนล้านบาท สูงสุดในรอบ 10 ปี นับจากปี 2546
กิจกรรมทางการตลาด กิจกรรมเพื่อสังคม ที่จัดขึ้นเกือบทุกสัปดาห์ของธุรกิจประกันชีวิต มีผลโดยตรงในการทำให้ยอดขายเติบโตหรือไม่ และสังคมได้อะไรจากกิจกรรมดังกล่าว และบริษัทประหยัดต้นทุนมากน้อยแค่ไหนจากการที่สามารถชิงพื้นที่สื่อไปได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาโดยตรง
นายอังกูร ศรีกัลยาณบุตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต กล่าวว่า ปีนี้บริษัทจัดกิจกรรมมากเป็นพิเศษ เพราะครบรอบ 70 ปี อีกเหตุผลหนึ่งที่เห็นจำนวนกิจกรรมถี่มาก เพราะรูปแบบของการโฆษณาประชาสัมพันธ์เปลี่ยนแปลงไป สื่อที่เข้ามาเสนอขายโฆษณาจะมีธุรกิจครบวงจร ทั้งทีวี วิทยุ ออนไลน์ การจัดงานกลางแจ้ง หรืออีเวนต์ หนังสือพิมพ์ ซึ่งในแง่ของบริษัท ถือว่าเป็นการจ่ายที่คุ้มค่ากว่าเดิม ที่เจรจากับสื่อแต่ละประเภท เพราะเข้าถึงลูกค้าได้ทุกกลุ่ม
นอกจากนี้ ยังดีต่อสังคมด้วย เพราะทำให้สังคม ประชาชน ได้ความรู้เรื่องประกันชีวิตในทางอ้อม และรู้ว่ามีประกันอะไรบ้าง รู้จักชื่อบริษัท ซึ่งในบางพื้นที่ประชาชนอาจไม่รู้จักตัวแทน เมื่อบริษัทออกไปจัดอีเวนต์ ทำให้ลูกค้าสามารถสัมผัสบริษัทได้โดยตรงโดยการเดินเข้ามาที่บูธเพื่อสอบถามข้อมูล และติดต่อขอซื้อประกัน
“การจัดกิจกรรมและการโฆษณากระตุ้นยอดขายได้ ทำให้สังคมรู้จักตัวตนและบุคลิกภาพของบริษัท ถ้าหากจะมองหาประกันจะทำให้เขามาหาเรา” นายอังกูร กล่าว
น.ส.พัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต กล่าวว่า การแถลงข่าวกิจกรรมไม่ได้ทำให้ต้นทุนการโฆษณาของบริษัทลดลง เพราะการได้พื้นที่ในสื่อสิ่งพิมพ์ครอบคลุมฐานลูกค้าเฉพาะกลุ่มเท่านั้น บริษัทยังต้องทำการโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ ซึ่งค่าใช้จ่ายสูงกว่ามากแต่เข้าถึงคนได้เกือบทุกหลังคาเรือนเพราะทุกบ้านมีโทรทัศน์ แต่ทุกบ้านไม่ได้รับหนังสือพิมพ์
อย่างไรก็ตาม บริษัทประกันชีวิตขนาดใหญ่ที่มุ่งเน้นขยายฐานลูกค้าทั่วประเทศ จะมีการเลือกสื่อให้ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม และเข้าถึงทุกสังคม ทั้งกิจกรรม หรือ โฆษณา ที่มุ่งเรื่องธุรกิจโดยเฉพาะ เพื่อสังคมและกับลูกค้า ส่วนบริษัทที่มีขนาดเล็ก จะไปจัดกิจกรรมกับลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่โฟกัสอยู่เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าที่สุด
สำหรับบริษัท จะมีการจัดกิจกรรมมีทั้งก่อนและหลังการขาย เพื่อจะได้รู้ว่าลูกค้ามีปัญหาอะไร ต้องการอะไรหลังจากซื้อประกันไปแล้ว ทำให้รู้ว่าบริษัทอยู่กับเขาทุกเมื่อ และการโฆษณาของบริษัท ธุรกิจประกันชีวิตทั้งระบบได้ประโยชน์ด้วย เพราะทำให้สังคมไทยรู้จักประกันมากขึ้น ส่วนจะซื้อกับใครเป็นเรื่องความชอบของลูกค้าแต่ละคน
ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) ระบุว่า 8 เดือนแรกธุรกิจประกันชีวิตมีการใช้จ่ายเรื่องค่าโฆษณาที่จ่ายออกไปแล้ว 1,323.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.74% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมา







