posttoday
หุ้นน่าสนเด้งใกล้1,500ปี

หุ้นน่าสนเด้งใกล้1,500ปี

23 พฤศจิกายน 2555

หน้าสหรัฐยุโรปไม่แย่ไปกว่านี้เชียร์ซื้อกลุ่มธนาคารมาแรง

หน้าสหรัฐยุโรปไม่แย่ไปกว่านี้เชียร์ซื้อกลุ่มธนาคารมาแรง

กูรูตลาดทุนฟันธง ปีหน้าเป็นโอกาสของตลาดหุ้น เชื่อเศรษฐกิจสหรัฐฟื้น ยุโรปไม่แย่กว่านี้

จากการสัมมนาหัวข้อ “กระชับเศรษฐกิจ ปรับแนวคิดลงทุนปี 2556” ในงานมหกรรมนักวิเคราะห์ที่งาน “SET in the City 2012” กูรูในวงการตลาดทุน 3 คน คือ นายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส และ น.ส.โสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) มีมุมมองคล้ายกันว่า ในปีหน้าการลงทุนในตลาดหุ้นจะดีกว่าการลงทุนในตลาดพันธบัตรหรือหุ้นกู้ เนื่องจากระดับอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ และผลตอบแทนจากพันธบัตรเริ่มลดลง

นายไพบูลย์ กล่าวว่า ความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกปีหน้าจะน้อยกว่าปีนี้ เพราะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีของสหรัฐและยุโรป นอกจากนี้เริ่มเห็นเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าไปกองทุนประเภทหุ้นมากขึ้น โดยเฉพาะการซื้อกองทุนหุ้นในกลุ่มเอเชีย ยกเว้นญี่ปุ่น ติดต่อกันเป็นเวลา 10 สัปดาห์ ซึ่งเชื่อว่าจะมีโอกาสเข้าสู่ประเทศไทยในอนาคตด้วย

“ปีหน้าจะเริ่มเห็นการย้ายเงินจากตลาดพันธบัตรไปตลาดหุ้นมากขึ้น เชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเริ่มฟื้นตัว และหากพิจารณาดูการขาดดุลที่ไม่นับการชำระดอกเบี้ยของกลุ่มประเทศยุโรป ถือว่าตัวเลขการขาดดุลแต่ละประเทศไม่ได้น่าเกลียด และน่าจะเป็นช่วงที่ผ่านจุดต่ำสุดของกลุ่มยุโรปไปแล้ว โดยไม่มีการพูดถึงการขับประเทศกรีซออกจากกลุ่มแล้ว” นายไพบูลย์ กล่าว

อย่างไรก็ดี ปีหน้าคาดว่าระดับดัชนีน่าจะอยู่ที่ 1,450-1,500 จุด ซึ่งจังหวะนี้ถือว่านักลงทุนสามารถทยอยเก็บสะสมหุ้นกลุ่มขนาดใหญ่และที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในประเทศ ตั้งแต่ธนาคารพาณิชย์ กลุ่มพาณิชย์ และโดยเฉพาะกลุ่มพลังงานที่ปัจจุบันราคาลงมาถูกมาก ซึ่งเหมาะสะสมไปได้ 12 ปีนี้

นายก้องเกียรติ กล่าวว่า ปีหน้าหุ้นมีความน่าสนใจมากกว่าพันธบัตรที่มีความน่าสนใจน้อยลงตั้งแต่ปี 2554 แล้ว เพราะเริ่มหาส่วนต่างการทำกำไรที่น้อยลง

ทั้งนี้ มองว่าหุ้นต่างประเทศตั้งแต่หุ้นสหรัฐ หุ้นจีน หุ้นยุโรป มีความน่าสนใจมากกว่าหุ้นไทย เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีการเติบโตมา 4 ปีติดต่อกันแล้ว

“หุ้นสหรัฐสนใจในกลุ่มไอที ทั้งแอปเปิล และกูเกิล นอกจากนั้นยังสนใจหุ้นแบงก์ของสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นซิตี้กรุ๊ป หรือแบงก์ ออฟ อเมริกา ส่วนหุ้นยุโรปก็เลือกในบริษัทที่ทำสินค้าแบรนด์เนม หรือหุ้นค้าปลีกเทสโก้ โลตัส ของอังกฤษและกลุ่มแบงก์ใหญ่ 4 แห่ง ถือว่ามีอัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) ที่ 6 เท่า ซึ่งถือว่าถูกมาก” นายก้องเกียรติ กล่าว

น.ส.โสภาวดี กล่าวว่า เศรษฐกิจปีหน้าน่าจะขยายตัว 4.5% นักลงทุนสามารถลงทุนได้ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตเศรษฐกิจในประเทศ เช่น ธนาคารพาณิชย์ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง หรือกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับดอกเบี้ยต่ำอย่างกลุ่มอสังหาริมทรัพย์

“ฝ่ายวิจัยของ กบข. มองดัชนีหุ้นปีหน้าที่ 1,480 จุด ส่วนหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ กบข. มีมุมมองระดับกลาง” น.ส.โสภาวดี กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่