
แนะเอสเอ็มอีรุกตลาดตปท.รับเออีซี
ธนาคารไทยพาณิชย์ ชี้ เอสเอ็มอีต้องปรับปรุงผลิตภาพแรงงานและเพิ่มมูลค่าสินค้าบริการ เพื่อเตรียมแข่งขันในเออีซี
ธนาคารไทยพาณิชย์ ชี้ เอสเอ็มอีต้องปรับปรุงผลิตภาพแรงงานและเพิ่มมูลค่าสินค้าบริการ เพื่อเตรียมแข่งขันในเออีซี
น.ส.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) มีโอกาสทางการค้าการลงทุนที่เปิดกว้างขึ้นและมีความท้าทายที่เพิ่มขึ้นด้วย ผู้ประกอบการไทยจึงต้องเร่งปรับตัวทั้งเชิงรุกและเชิงรับ ซึ่งผู้ประกอบการรายใหญ่ของไทยมีความพร้อมค่อนข้างมากแล้ว แต่เอสเอ็มอียังต้องปรับตัวอีกมาก โดยเฉพาะในขณะนี้เอสเอ็มอีไทยกำลังเผชิญปัจจัยรุมเร้า ทั้งการปรับขึ้นค่าแรง 300 บาท การหมุนเวียนของแรงงานมีฝีมือเคลื่อนย้ายไปสู่อุตสาหกรรมการผลิตขนาดใหญ่
จากผลสำรวจ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ประเมินว่า การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจะทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 12% ซึ่งสูงกว่าผลกระทบต่อภาพรวมอุตสาหกรรม เนื่องจากเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ใช้แรงงานจำนวนมากและผลักภาระไปสู่ผู้บริโภคได้น้อยกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ โดยคาดว่าธุรกิจบริการจะได้รับผลกระทบมากที่สุด อย่างไรก็ตาม เอสเอ็มอีส่วนใหญ่ได้เริ่มนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดต้นทุนค่าแรงในระยะยาว และเตรียมพร้อมรุกเออีซี เช่น หาแหล่งวัตถุดิบราคาถูกในอาเซียน และพัฒนาปรับปรุงระบบต่างๆ ในองค์กร ซึ่งเป็นการปรับตัวที่เน้นเชิงรับ
ทั้งนี้ เอสเอ็มอีควรใช้นโยบายเชิงรุก ด้วยการหาตลาดใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการค้าชายแดน การลงทุนในต่างประเทศ หรือการจับกระแสของการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน์ โดยเฉพาะการค้าชายแดนซึ่งในปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 80% ของมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเออีซีจะเอื้อให้เอสเอ็มอี ขยายการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการควรศึกษากฎระเบียบ ความต้องการของตลาดให้รอบคอบ และดูว่าธุรกิจของตนมีข้อได้เปรียบด้านใด รวมทั้งหาพันธมิตรทางธุรกิจและเลือกประเภทธุรกิจให้สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมการลงทุนของประเทศนั้นๆ โดยแนะให้เน้นธุรกิจที่เป็นกระแสโลก เช่น เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม สังคมผู้สูงอายุ
“คงถึงเวลาแล้วที่ SMEs ไทยต้องปรับตัวในเชิงรุก พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส อาศัยแรงกดดันจากต้นทุนค่าแรงที่สูงขึ้นเป็นแรงผลักดันให้เร่งพัฒนาศักยภาพ ขณะเดียวกันก็คงถึงเวลาที่ SMEs ต้องออกจากตลาดในประเทศ ไปหาช่องทางขยายรายได้ทางอื่นเพิ่มเติม ส่วนหนึ่งที่สามารถเริ่มทำได้คือ การรวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์” น.ส.สุทธาภากล่าว







