posttoday
กลุ่มพลังงานน้อยกว่าตลาด

กลุ่มพลังงานน้อยกว่าตลาด

21 พฤศจิกายน 2555

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต ยังคงน้ำหนักลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงานเป็น น้อยกว่าตลาด เนื่องจากขาดปัจจัยพื้นฐานหลักที่สามารถทำให้กลุ่มถูกปรับมุมมองขึ้น และเลือกหุ้นบริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) เป็นหุ้นที่เลือกลงทุนโดยกลุ่มพลังงาน มีน้ำหนักน้อยกว่าตลาด ราว 26% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน และซื้อขายที่สัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) เพียง 11 เท่า

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต ยังคงน้ำหนักลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงานเป็น น้อยกว่าตลาด เนื่องจากขาดปัจจัยพื้นฐานหลักที่สามารถทำให้กลุ่มถูกปรับมุมมองขึ้น และเลือกหุ้นบริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) เป็นหุ้นที่เลือกลงทุนโดยกลุ่มพลังงาน มีน้ำหนักน้อยกว่าตลาด ราว 26% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน และซื้อขายที่สัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) เพียง 11 เท่า

ทั้งนี้เนื่องจากไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐานที่สามารถทำให้กลุ่มได้รับการปรับอันดับเครดิตการลงทุน และปัจจัยที่ทำให้กลุ่มถูกปรับลดมุมมอง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมายังคงอยู่ ซึ่งได้แก่

ประการแรก อุตสาหกรรมยังคงอยู่ในช่วงขาลงจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นไปจนถึงความต้องการที่ลดลงจากการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลก

ประการที่สอง การยับยั้งการลงทุนเนื่องจากความไม่แน่นอนของการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างจากแหล่งพลังงานใหม่

ประการที่สาม ความเสี่ยงสูง อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่ต่ำในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ด้วยราคาน้ำมันที่อยู่ในช่วง 90-110 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล มีแนวโน้มเติบโตไม่มากนักในปี 2556

“เราเชื่อว่าอุตสาหกรรมยังคงอยู่ในช่วงชะลอตัวลงต่อเนื่องไปยังปี 2556 และต้นปี 2557 ขณะที่ยังมีความไม่ชัดเจนถึงช่วงเวลาของการฟื้นตัว และไม่น่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ อัตราการเติบโตของความต้องการในช่วง 12 เดือนข้างหน้าน่าจะยังคงอ่อนแอ”

แม้ว่าจะปรับเพิ่มสมมติฐานราคาน้ำมัน แต่คาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบน่าจะลดลงมาอยู่ที่ 97 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ในปี 2556 และค่าการกลั่นน่าจะลดลงมาอยู่ที่ 6.5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ในปี 2556 จากฐานที่สูงในปี 2555 ขณะที่ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีน่าจะฟื้นตัวจากระดับที่ต่ำอย่างมากในปีนี้ แต่ยังคงอยู่ในระดับต่ำและแนะนำเลือก คือ BCP และ PTTGC

BCP มีแนวโน้มที่ต่างจากแนวโน้มอุตสาหกรรมจากการขยายตัวไปยังธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ และการขยายร้านค้าปลีก (มินิ บิ๊กซี) ในสถานีบริการน้ำมันของบริษัทกำไรมีอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่ง ขณะที่มีความเสี่ยงทางธุรกิจลดลงจากการมีสัดส่วนกำไรจากธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจน้ำมันสูงขึ้น ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ และธุรกิจค้าปลีก (จากประมาณ 10% ของกำไร เป็นประมาณ 35% ในปี 2557-2558

สำหรับ PTTGC อุตสาหกรรมปิโตรเคมีอยู่ในช่วงต่ำสุดของวงจรอุตสาหกรรม และซื้อขายที่มูลค่าที่ต่ำมากแล้วหลังจากการควบรวม ณ พีอีที่ 8.6 เท่า PTTGC เป็นหุ้นปิโตรเคมีที่ถูกที่สุด ด้วยราคาขึ้นน้อยกว่าตลาดสำหรับการฟื้นตัวของส่วนต่างราคา และให้อัตราผลตอบแทนที่ 5.2%

บล.ธนชาต ยังคงแนะนำ “ขาย” บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) เนื่องจากมีแนวโน้มที่ไม่สดใส และมีมูลค่าที่แพง ดังนั้นยังคงแนะนำ “ถือ” บริษัท ปตท. (PTT) เนื่องจากมีมูลค่าที่ต่ำ ขณะที่บริษัท บ้านปู (BANPU) ถูกและยังคงแนะนำ “ซื้อ” แม้ถ่านหินยังคงมีแนวโน้มที่อ่อนแอ เราแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” หุ้นบริษัท ไทยออยล์ (TOP) และปรับเพิ่มคำแนะนำสำหรับบริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) เป็น “ถือ” จากเรื่องราวการเติบโตที่น่าตื่นเต้นในช่วงหลายปีข้างหน้า แต่มีมูลค่าที่สูงอย่างมาก

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน