
"ซีพียู"สอมงคอมพ์ ยังเติบโตได้อีกไกล
ในตลาดชิปประมวลผล หรือซีพียู เป็นการแข่งขันที่ดุเดือดและชัดเจนของ 2 ค่าย คือ อินเทล และเอเอ็มดี ที่หากถามในมุมมองของผู้บริโภคแล้ว ชื่อของอินเทลอาจจะติดหูมากกว่า รวมถึงส่วนแบ่งการตลาดที่จากรายงานของไอดีซี และจีเอฟเค ระบุว่า อินเทลมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 66% ขณะที่เอเอ็มดีมีส่วนแบ่งตลาด 24%
ในตลาดชิปประมวลผล หรือซีพียู เป็นการแข่งขันที่ดุเดือดและชัดเจนของ 2 ค่าย คือ อินเทล และเอเอ็มดี ที่หากถามในมุมมองของผู้บริโภคแล้ว ชื่อของอินเทลอาจจะติดหูมากกว่า รวมถึงส่วนแบ่งการตลาดที่จากรายงานของไอดีซี และจีเอฟเค ระบุว่า อินเทลมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 66% ขณะที่เอเอ็มดีมีส่วนแบ่งตลาด 24%
แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่การเติบโตของตลาดรวมคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมีส่วนทำให้ตลาดซีพียู ซึ่งเป็นสมองของเครื่องเติบโตตามไปด้วย
จักรกฤช วัชระศักดิ์ศิลป์ ผู้จัดการ เอเอ็มดี ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดคอมพิวเตอร์ภาพรวมในปีนี้มีการเติบโตไม่ถึง 10% โดยเดสก์ท็อปมีการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 56% เป็นปกติอยู่แล้ว ส่วนโน้ตบุ๊กน่าจะเติบโตในอัตราใกล้เคียงกัน ซึ่งผลกระทบสำคัญมาจากการเข้าสู่ตลาดของแท็บเล็ตและสมาร์ตโฟน ที่กลายมาเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค และชิงส่วนแบ่งของเค้กที่มีอยู่เท่าเดิมไปอย่างชัดเจน
หากพิจารณาตลาดเดสก์ท็อปก่อน ถือว่าเป็นตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงน้อย มีการเติบโต 56% เนื่องจากตลาดค่อนข้างแน่นอนแล้ว การเติบโตมาจากกลุ่มลูกค้าองค์กร เครื่องออลอินวันที่เริ่มได้รับความนิยม และกลุ่มเกมเมอร์ที่มีบทบาทสำคัญ แบ่งการใช้งานได้ 3 ส่วน คือ การใช้งานทั่วไป การใช้งานระดับกลาง และการใช้งานกราฟฟิกระดับสูง โดยเมื่อดูอัตราการใช้เดสก์ท็อปในประเทศไทย มีประมาณ 20% ต่อประชากรทั้งหมด ถือว่ายังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้การเติบโตยังมีได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ กลุ่มที่มีการเติบโตของเดสก์ท็อปชัดเจน ได้แก่ กลุ่มร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่มีการขยายสาขาไปทั่วประเทศ เช่น ดีสปอร์ต ที่มีกว่า 100 สาขา แต่ละสาขามีไม่ต่ำกว่า 5080 เครื่อง เป็นส่วนช่วยให้เกิดการใช้งานคอมพิวเตอร์ในวงกว้าง ทั้งการใช้อินเทอร์เน็ต การเล่นเกม และการทำงานในรูปแบบต่างๆ ส่วนด้านลูกค้าองค์กรยังมีการใช้งานต่อเนื่องในกลุ่มภาครัฐและการศึกษา รวมถึงออลอินวันที่มีการใช้งานในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก
“สำหรับเอเอ็มดีมีส่วนแบ่งการตลาดลูกค้าองค์กรเพิ่มขึ้นจาก 7% เป็น 11% และลูกค้าร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ใช้เอเอ็มดีเป็นหลักแทบทั้งหมด เนื่องจากเมื่อเทียบราคาซีพียูกับประสิทธิภาพที่ได้แล้ว เอเอ็มดีถือว่าคุ้มค่ากว่า ราคาต่ำ และประสิทธิภาพในการประมวลผลดีกว่า เหมาะสำหรับกลุ่มเกมเมอร์ ดังนั้นร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่จึงเลือกใช้เอเอ็มดีในการขยายการให้บริการ” จักรกฤช กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีตลาดเครื่องประกอบที่มีการเติบโต 35% เป็นส่วนย่อยในกลุ่มเดสก์ท็อปรวม ซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้งานซีพียูเอเอ็มดีเช่นกัน นอกจากคุ้มค่ากว่าแล้ว ยังง่ายในการปรับแต่งคอมพิวเตอร์ให้มีสมรรถนะสูงขึ้นด้วย ยิ่งจากราคาเฉลี่ยเดสก์ท็อปขายดีอยู่ระหว่าง 1.2–1.5 หมื่นบาท รวมจอมอนิเตอร์แล้ว การเลือกใช้เอเอ็มดีจะทำให้ได้สเปกคอมพิวเตอร์ที่สูงกว่า
ขณะที่ตลาดโน้ตบุ๊กปีนี้ชะลอตัวไปมาก โดยได้รับผลกระทบจากแท็บเล็ตและสมาร์ตโฟนที่เป็นตัวเลือกเพิ่มให้กับผู้บริโภค ทำให้การเติบโตในปีนี้อาจจะไม่ถึง 10% แต่ในปีนี้ต้องรอดูกระแสของวินโดวส์ 8 ว่าจะช่วยดันให้ตลาดโน้ตบุ๊กกลับมาคึกคักได้หรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม ขนาดตลาดโน้ตบุ๊กซึ่งมีกว่า 2 ล้านเครื่อง ยังคงเป็นตลาดหลักสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ซีพียูเช่นเดิม
“เอเอ็มดียังมีจำนวนรุ่นของโน้ตบุ๊กที่ใช้ซีพียูน้อยกว่า เมื่อเทียบกับคู่แข่งคืออินเทล อาจจะอยู่ที่ 1 ต่อ 5 หรือ 1 ต่อ 10 มีความเป็นไปได้ที่ปีหน้าจะเพิ่มสัดส่วนรุ่นโน้ตบุ๊กแต่ละแบรนด์ให้ใช้ซีพียูจากเอเอ็มดีมากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้ นั่นความหมายว่าผู้ใช้จะได้ราคาที่ต่ำกว่าด้วย” จักรกฤช กล่าว
ฝั่งของแท็บเล็ตและสมาร์ตโฟนจะทวีความสำคัญมากขึ้น โดยหากเปรียบเทียบต่อยูนิตแล้ว จะมียอดขายรวมกันสูงกว่าคอมพิวเตอร์ แต่ก็มีผู้ผลิตชิปประมวลผลรายอื่นอยู่แล้วเช่นกัน ซึ่งภาพการแข่งขันในปีหน้าก็ถือเป็นตลาดในอนาคตที่ผู้ผลิตซีพียูทุกรายจะมองข้ามไม่ได้ ซึ่งอินเทลได้ทำการพัฒนาชิปสำหรับใช้งานบนแท็บเล็ตและสมาร์ตโฟนที่รองรับระบบปฏิบัติการ ทั้งไอโอเอส แอนดรอยด์ และวินโดวส์ 8 คาดว่าจะเปิดตัวเร็วๆ นี้
ด้านเอเอ็มดี มีซีพียูสำหรับแท็บเล็ตอยู่แล้ว แต่รองรับระบบปฏิบัติการวินโดวส์เท่านั้น ทำให้ตลาดยังจำกัดการใช้งานเฉพาะแท็บเล็ตที่เป็นวินโดวส์ แต่คาดว่ากลางปีหน้าจะเปิดตัวซีพียูที่รองรับแอนดรอยด์ รวมถึงระบบปฏิบัติการอื่นๆ ซึ่งถือเป็นการเปิดตลาดเอเอ็มดีให้กว้างขวางขึ้น
ตลาดคอมพิวเตอร์ รวมถึงแท็บเล็ตและสมาร์ตโฟนยังเติบโตต่อเนื่อง และอุปกรณ์เหล่านี้ต้องการความฉลาดมากขึ้น นั่นหมายถึงโอกาสเติบโตของตลาดซีพียูที่ยังไปได้อีกไกล และแน่นอนว่าในอนาคตการติดตั้งซีพียูอาจขยายไปในอุปกรณ์อื่นๆ ที่ต้องการประมวลผลอีก







