
วุฒิฯเลือก10ผู้ผ่านคัดเลือกกก.ตรวจงานกสทช.
วุฒิสภาลงคะแนนเลือก กรรมการติดตามงาน กสทช. รอบแรก 10 คน รอที่ประชุมวุฒิฯเลือกเหลือ 5 คน 23 พ.ย.นี้
วุฒิสภาลงคะแนนเลือก กรรมการติดตามงาน กสทช. รอบแรก 10 คน รอที่ประชุมวุฒิฯเลือกเหลือ 5 คน 23 พ.ย.นี้
เมื่อวันที่ 19 พ.ย.วุฒิสภาได้ลงคะแนนลับนอกห้องประชุมเพื่อคัดเลือกผู้สมัครกรรมการติดตามประเมินผลการทำงานของ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จำนวน 67 คน ให้เหลือจำนวน 2 เท่าหรือ 10 คน ก่อนจะเข้าสู่การพิจารณาเลือกในที่ประชุมวุฒิสภา ในวันที่ 23 พ.ย. นี้ เพื่อคัดเลือกให้เหลือ 5 คน
ทั้งนี้วุฒิสภาได้จัดบริเวณเขตเลือกตั้ง และคูหาเลือกตั้งไว้บริเวณห้องโถงชั้นหนึ่งของอาคารรัฐสภา เพื่อให้ สว. ทยอยมาลงคะแนนระหว่างที่ที่ประชุมวุฒิสภาดำเนินการประชุมไปตามปกติ
เดิมมีผู้สมัครกรรมการดังกล่าว 72 คน ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นของสำนักเลขาธิการวุฒิสภา พบว่ามีผู้ขัดคุณสมบัติ 5 ราย ส่วนใหญ่มีปัญหาเป็นกรรมการในหน่วยงานหรือบริษัทที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับตำแหน่งดังกล่าว แต่มี 1 รายที่ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครอง คือนายวุฒิพร เดี่ยวพาณิชย์ กรรมการบริษัทไอทีวี
นายนิคม ไวยรัชพาณิชย์ ประธานวุฒิสภา ได้แจ้งต่อที่ประชุมวุฒิสภา ถึงขั้นตอนการลงคะแนนดังกล่าว โดยระบุว่ามีผู้สมัครแบ่งเป็น 5 ประเภท คือ กรรมการประเภทวิทยุกระจายเสียง มีผู้สมัคร 8 ราย ประเภทโทรทัศน์ มีผู้สมัคร 8 ราย ประเภทโทรคมนาคม มีผู้สมัคร 10 ราย ประเภทคุ้มครองผู้บริโภค มีผู้สมัคร 13 ราย และประเภท สิทธิ์เสรีภาพของการสื่อสาร มีผู้สมัคร 28 ราย โดย สว. แต่ละคนสามารถกาเลือกแต่ละประเภทได้ประเภทละไม่เกิน 2 คน รวมไม่เกิน 10 คน ก่อนที่จะให้ สว. ทยอยกันไปลงคะแนนใต้ถุนอาคาร
สาเหตุที่ต้องมีการคัดเลือกนอกห้องประชุมนั้น เนื่องจากในช่วงการเสนอกฎหมายการคัดเลือกกรรมการชุดดังกล่าว เดิมมีการเสนอให้องค์กรภายนอกมาเป็นผู้เลือกมาให้เหลือ 2 เท่า ก่อนจะให้วุฒิสภาคัดเลือกในขั้นตอนสุดท้าย แต่ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงให้วุฒิสภาเป็นผู้คัดเลือกเองทั้งสองขั้นตอน จึงถือว่าการคัดเลือกในขั้นตอนแรกยังไม่เป็นทางการ เพราะเมื่อรายชื่อสองเท่าเข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภา วุฒิสภาอาจเสนอตั้งคณะกรรมการตรวจสอ บประวัติ ความประพฤติและจริยธรรมได้อีก ก่อนที่จะลงคะแนนเลือกในขั้นสุดท้าย
ทั้งนี้มี สว. บางรายเสนอให้ประธานชะลอการเลือกให้เกิดความรอบคอบขึ้นกว่านี้ โดย น.ส.รสนา โตสิตระกูล สว. กทม. กล่าวว่าในรายชื่อ 67 รายที่ไม่ติดขัดคุณสมบัติ ก็ยังมีบางรายที่คณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติระบุในรายงานว่า จะต้องมีการติดตามเอกสารเพิ่มเติม หากบุคคลเหล่านี้เข้ามาอยู่ในกลุ่ม 2 เท่าจะทำยังไง แต่ประธานวุฒิสภาแจ้งว่ายังมีขั้นตอนของการตรวจสอบความประพฤติอีกขั้นหนึ่ง ในวาระที่ประชุมในวันที่ 23 พ.ย.นี้ เว้นแต่ว่าไม่มีใครเสนอตั้งคณะกรรมาธิการดังกล่าว ก็ให้ลงคะแนนเลือกให้เป็นที่ยุติ
ภายหลังการนับคะแนน ปรากฏว่ามีผู้ได้รับการคัดเลือก 10 ราย ตามรายชื่อแต่ละกลุ่มดังต่อไปนี้
ด้านกิจการโทรคมนาคม
อันดับ1. นายอนันต์ วรธิติพงศ์ อายุ 57 ปี อดีต สว.สรรหาปี 51 – 54 ปละอดีตกรรมการบริหารลริษัทโทรคมนาคมหลฃายแห่ง ได้ 97 คะแนน อันดับ2.นายอมรเทพ จิรฐิติเจริญ อายุ 43 ปี อาจารย์ ม.เทคโนโลยีมหานคร และอดีตวิศวกรในเครือล็อกซ์เลย์ และ เครือเทเลคอมเอเซีย ได้ 90 คะแนน
ด้านกิจการกระจายเสียง
อันดับ1. พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อายุ 60 ปี ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก และกรรมการบริหารนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ 80 คะแนน อันดับ2. น.ส.ลักษมี ศรีสมเพ็ชร อายุ 48 ปี กรรมการบริหารบริษัทศรีสมเพ็ชร ประกอบธุรกิจด้านโฆษณา ประชาสัมพันธ์ นายกสมาคมนักจัดรายการวิทยุและผู้สื่อข่าว จ.เชียงใหม่ และอดีตรองประธานหอการค้าเชียงใหม่ ได้ 74 คะแนน
ด้านกิจการโทรทัศน์
อันดับ1. นายพิชัย อุตมาภินันท์ อายุ 61 ปี กรรมการบริษัทยูไนเต็ดเท็กซ์ไทล์ มิลส์ และอดีต สว.สรรหาปี 51 – 54 ได้ 84 คะแนน อันดับ2. พล.อ.จิรเดช คชรัตน์ อายุ 63 ปี อดีตที่ปรึกษาและกรรมการในคณะกรรมการบริหารวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ได้ 67 คะแนน
ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค
อันดับ1. นายพันธรัตน์ จันทร์ปัญญา อายุ 40 ปี นักธุรกิจ อดีตที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ รมว.ยุติธรรม และ รมว.วัฒนธรรม ได้ 70 คะแนน อันดับ2. นายประเสริฐ อภิปุญญา อายุ 49 ปี รองเลขาธิการ กสทช. และเลขานุการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทั ศน์ (กสท.) ได้ 62 คะแนน
ด้านส่งเสริมสิทธิเสรีภาพประชาชน
อันดับ1. พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ อายุ 59 ปี อดีต ผอ.สำนักงบประมาณ กระทรวงกลาโหม และอดีตกรรมการบริหารวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ได้ 62 คะแนน อันดับ2. นายจเด็จ อินสว่าง อายุ 65 ปี ข้าราชการบำนาญ อดีตปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ 44 คะแนน
นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ ผู้สมัครด้านกิจการโทรทัศน์ที่ไม่ได้รับเลือกกล่าวว่า วุฒิสภารีบร้อนลงคะแนนเลือกเกินไป ทั้งที่ควรจะรอผลการตัดสินกรณีผู้สมัครอีกรายถูกคัดออกเพราะขัดคุณสมบัติที่ยื่นต่อศาลปกครองก่อน รวมทั้งเป็นครั้งแรกที่เห็นว่ามีการใช้ใต้ถุนสภาในการลงคะแนนแบบนี้ ซึ่งไม่น่าจะถูกต้อง เพราะผู้สมัครพากันมาเดินรุมล้อมเป็นการเปิดช่องให้ล๊อบบี้ได้โดยง่าย
“กำลังพิจารณาอยู่และมีความเป็นไปได้ว่าจะร้องศาลปกครองคัดค้านการคัดเลือกในครั้งนี้ เพราะดูแล้วมีเหตุที่น่าจะร้องได้” นายพิเชียรกล่าว







