
ถกรอบสุดท้ายเลิกไม่เลิกใช้แร่ใยหิน
นัดเปิดประชาพิจารณ์19พ.ย.เก็บข้อมูลป้อนครม.ตัดสินใจ
นัดเปิดประชาพิจารณ์19พ.ย.เก็บข้อมูลป้อนครม.ตัดสินใจ
กรมโรงงานเตรียมเปิดรับฟังความเห็นเลิกไม่เลิก ใช้แร่ใยหินในไทย ครั้งสุดท้าย วันที่ 19 พ.ย.ก่อนสรุปเสนอ ครม.ตัดสิน
นายพงษ์เทพ จารุอำพรพรรณ รักษาการอธิบดีกรมโรงงานอุตสาห กรรม เปิดเผยว่า ผลหารือร่วมกับเครือข่ายรณรงค์ยกเลิกแร่ใยหินประเทศไทย ว่าในวันที่ 19 พ.ย.นี้ กรมจะจัดทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการยกเลิกการใช้แร่ใยหิน จากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ซึ่งน่าจะเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นจะสรุปวิธีต่างๆ และนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในปีนี้ ตามข้อตกลงสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งเมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา เครือข่ายรณรงค์ยกเลิกแร่ใยหินประเทศไทย ได้เข้ามาหารือเพื่อสอบความคืบหน้าเรื่องนี้ด้วย และได้ยื่นหนังสือแสดงเจตนารมณ์ให้ยกเลิกการใช้แร่ใยหิน ในประเทศไทย
ที่ผ่านมา กรมได้จัดรับฟังความคิดเห็นมา 4 ครั้ง แต่ยังมีกลุ่มที่ยังเห็นไม่ตรงกัน ทำให้ยังเกิดข้อถกเถียงกันอยู่มาก ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ลงตัว จึงจะจัดอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งน่าจะหาข้อยุติในความขัดแย้งของทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยได้ โดยในส่วนกระทรวงอุตสาหกรรม คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มอบหมายให้ศึกษาผลกระทบจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้รอบด้าน และจัดทำแผนดำเนินการอย่างเป็นระบบ หากจะลดหรือเลิกใช้
สิ่งที่ ครม.มอบหมายให้ศึกษามี 4 ข้อ ได้แก่ 1. ยกเลิกใช้แร่ใยหิน 2. ให้ศึกษาผลกระทบผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมทั้งผลกระทบทุกด้าน ทั้งการผลิต ตลาด ราคาสินค้า เป็นต้น ข้อนี้กระทรวงอุตสาหกรรมดูแล 3. กระทรวงการคลังดูระบบภาษีที่อาจนำมาใช้ช่วยเหลือ สนับสนุน 4. กระทรวงสาธารณสุขทำข้อมูลถึงโทษของแร่ใยหิน วิธีแก้ไข
ในวันที่ 14 พ.ย. นี้ เครือข่ายรณรงค์ยกเลิกแร่ใยหินประเทศไทย ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของเครือข่ายแรงงาน นักวิชาการ องค์กรเอกชน ภาคประชาชน ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อกระทรวง
อุตสาหกรรมขอให้เร่งรัดยกเลิกการนำเข้าวัตถุดิบแร่ใยหิน ยกเลิกการผลิตและจำหน่ายสินค้าที่มีส่วนประกอบของแร่ใยหินที่สามารถใช้วัสดุอื่นทดแทนได้ภายในปี 2555 เพราะที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมยังไม่มีมาตรการใดที่จะยกเลิก เพียงแต่จ้างมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราชจัดทำแผนการยกเลิกการนำเข้า การผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบ ซึ่งผลการศึกษาไม่สอดคล้องกับมติครม.
แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาห กรรม กล่าวว่า เบื้องต้นมหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราชได้กำหนดแนวทางเลิกใช้แร่ใยหินไครโซไทล์ในสินค้า 5 ประเภท คือ 1.กระเบื้องมุงหลังคา กำหนดเวลาปรับตัว 5 ปี ในปีที่ 3 กำหนดให้เลิกใช้แร่ใยหินในผลิตภัณฑ์กระเบื้องลอนใหญ่ ปีที่ 35 พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช้แร่ใยหินในกระเบื้องลอนเล็ก ครบ 5 ปี ทุกโรงงานต้องยกเลิกการใช้ในกระเบื้องลอนเล็ก
2.กระเบื้องยางปูพื้น ในช่วง 12 ปีแรก จะกำหนดให้วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช้แร่ใยหิน และในปีที่ 3 ทุกโรงงานต้องปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีผลิตไม่ใช้แร่ใยหิน 3.กระเบื้องแผ่นเรียบ มีหลายโรงงานเลิกใช้แร่ใยหินไปแล้ว จึงกำหนดเวลาปรับตัวภายใน 3 ปี 4.ท่อน้ำแรงดันสูง หรือท่อซีเมนต์ใยหิน ยังไม่พบว่ามีโรงงานใดยกเลิกการใช้เลย
ดังนั้นจึงกำหนดการเลิกใช้เป็นขั้นบันได โดยใน 12 ปีแรก ให้ลด การใช้ลง 25% ปีที่ 3 ลดการใช้ 50% ปีที่ 4 ลดการใช้ 75% และปีที่ 5 ต้องลดการใช้ 100% 5.เบรก และคลัตช์ มีผู้ประกอบการบางรายยกเลิกใช้ไปแล้ว กำหนดเวลาปรับตัว 5 ปี







